Forum Home Forum Home > BabyFancy > บ้าน > ทั่วไป ประสาคุณแม่
  New Posts New Posts RSS Feed: ปัญหาคุณแม่มือใหม่
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

ปัญหาคุณแม่มือใหม่

 Post Reply Post Reply Page  123 15>
Author
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: ปัญหาคุณแม่มือใหม่
    Posted: 21 พ.ย. 2010 at 13:03 Share
สวัสดีค่ะ นัชเป็นคนไม่รักเด็กไม่อยากมีลูก เลยทำให้แต่งงานช้า  พอแต่งแล้ว ทุกอย่างมันพร้อมแล้ว ก็มีก็ได้(..ะ) ปรากฏว่ามียากอีก ปัญหาก็คือ ที่ทำงานไกล กลับบ้านช่วงวันหยุด  แล้วเวลา... กัน น้ำก็ไหลออกหมด (ประมาณว่ามดลูกคว่ำ ..รึเปล่าไม่รู้) ก็พอดีได้รู้จักกะอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า นัชจะไม่มีลูก เพราะชาติก่อนเขาจะเกิดไม่ให้เขาเกิด (อืม เป็นอย่างนี้นี่เอง มิน่า นิสัยไม่รักเด็กยังติดตัวมา) ก็เลยให้เขาช่วย เขาก็เลยบอกวิธีให้แก้เคล็ด  ก็ทำประมาณ เดือนธันวาคม 2552 
 
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ได้ย้ายกลับมาใกล้บ้านแฟน ก็สบายขึ้น ทีนี้ก็ขยันทำการบ้านเป็นการใหญ่ ปรากฏว่าเดือนนั้นประจำเดือนไม่มาค่ะ เลยซื้อที่เทสต์มา ทดสอบ ปรากฏว่าขึ้น 2 ขีด ภายในเดือนนั้นเลยรีบไปฝากท้อง กะหมอในพื้นที่ ที่คนเขาว่าเก่งหนัก เก่งหนาเพื่อจะได้บำรุงและดูแลตัวเองได้ถูก หมอก็ให้ยาบำรุงมากินค่ะ และนัดให้ไปเช็คร่างกายที่ ร.พ. ที่คุรหมอทำงานอยู่อีกครั้ง

ที่ร.พ. พยาบาล work มากเขาก็เจาะเลือดเพื่อตรวจ ธาลัสซีเมีย และฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก 1 เข็ม ช่วงรอฟังผล ก็ไปเที่ยวเวียดนามค่ะ โดยรถนำเที่ยวค่ะ นั่งซะเมื่อยเลย ตอนนั้นยังไม่แพ้ท้อง แต่มีอาการท้องอืด  ช่วงนั่งรถท้องอืด ทรมานมากต้องเอามือกดไล่ลมไว้ เผอิญสังคมรังเกียจ เลยได้นั่งคนเดียว อิอิ  ก็ใช้ชีวิตปกติ เหมือนคนทั่วไป สนุกสนานหรรษา  จนการเดินทางเสร็จสิ้น


เอาหละ ถึงเวลาฟังผลเลือดแล้ว ปรากฏว่านัชเป็นธาลัสซีเมียแฝง  เขาเลยนัดให้สามีมาตรวจด้วย เขาก็มา ปรากฏว่าเขาเป็น แฝง ด้วย ทำให้ลูกอาจมีโอกาสเป็นโรคเลือดสูง  เขาเลยเจาะเลือดเราอีกครั้งส่งไป ร.พ.ประจำจังหวัดและนัดฟังผล  ปรากฏว่าเป็น ธาลัสซีเมียประเภทเดียกัน คือ นัช เป็น beta แฟนเป็น E หมอเลยทำเรื่องส่งไปศิริราชค่ะ ถึงตอนนี้ก็เดือนที่ 3 จะเข้าเดือนที่ 4 แล้ว

ลืมบอกไปช่วงแพ้ เริ่มแพ้ตั้งแต่ เดือนที่ 2 เผอิญคุยกะลูกพี่ลูกน้องเขาบอกว่า ตอนนี้ยังไม่แพ้ กินอะไรได้ก็กินเข้าไป เด๋วแพ้จะกินไม่ได้ ก็เชื่อเขาค่ะ กินไม่ได้คิดถึงหุ่นเลยค่ะ นมธรรมดากินไม่ได้เลี่ยน ก็กินนมเปรี้ยวแทน ยาที่เคยกินง่ายๆ ก็จะขย้อนทุกครั้ง จนต้องเลิกกินยาแทบทุกชนิด ยกเว้น คลอเฟรามีน ใช่ค่ะยาแก้แพ้ธรรมดานี่แหละ เพราะเป็นภูมิแพ้ กินแทบทุกวัน ยามีเกือบ 100 เม็ด กินหมดเลย

พอไปศิริราช เขาก็ตรวจเลือดหาธาลัสซีเมียอีก ทำไมไม่ดูผลจาก ร.พ.เดิมที่ส่งไปให้ก็ไม่รู้ (มารู้ที่หลังว่าเขา ตรวจหาค่า ว่าเป็นชนิดร้ายแรงแค่ไหน ช่วงนั้นแพ้ท้องแล้ว เดินไปอ้วกในห้องน้ำ ร.พ. หลายรอบ น้ำหนักเริ่มขึ้น ก้นเริ่มบานแล้วค่ะ หึๆๆ

หยุดสงกรานต์ไปเที่ยวแพกัน ค้าง 1 คืน เล่นน้ำก็รู้สึกเหนื่อย เจ็บท้อง ขึ้นมาก็อ้วกเลย เพราะเหนื่อยไงค่ะตอนนี้ท้องเริ่มออกให้เห็นแล้ว

ช่วง 3 เดือนแรกให้ชุดปกติไปทำงานยังปิดบังได้ ลูกน้องไม่รู้ จนหน้าท้องออกนี่แหล่ะ เริ่มซื้อกระโปรงใหม่ ตั้งแต่ size L จน เปลี่ยนเป็น Size XL  ตอนกลับรถกลับบ้านจะคลื่นไส้ ต้องมีถุงพลาสติกติดรถไว้เสมอ ก็ขับไป อ้วกไปแหละค่ะ แฟนก้บอกให้จอดอ้วก แต่นัชไม่จอด เพราะมันเปลี่ยว เพลียมาก กลับมาก็นอนเลย ตื่นมาก็กิน กินแล้วก็นอน ที่จริงไม่ท้องก็ กินกะนอนอยู่แล้ว แต่ช่วงแพ้ท้อง กินน้ำอัดลมมากไปหน่อย เพราะมันแก้คลื่นไส้ได้ น้ำหนักเลยขี้นฮวบฮาบ ประมาณ 65 แนะค่ะ นี่แค่ 4 เดือนกว่าๆ จะ 5 เดือนเองนะเนี่ย  แม่บอกว่าก้นใหญ่กว่าก้นช้างอีก ถึงแม่จะพูดเป็นเชิงเล่น แต่ก็รู้สึกว่าแม่พูดจิง เพราะหน้าแม่จิงจังมาก ฮือๆๆๆ

เหนื่อยแระ เด๋วมาเล่าต่อ


Edited by naka - 15 ม.ค. 2554 at 11:56
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 พ.ย. 2010 at 14:28 Share
เอาหล่ะ เมื่อถูกส่งไปตัวศิริราช ก็ถูกเจาะเลือดอีก และถูกส่งให้ไปคุยกะอาจารย์หมอ รอตั้งนาน หมอถามว่าถ้าตรวจแล้วลูกเป็น ธาลัสซีเมีย หรือเป็นดาวน์ จะทำอย่างไร เราก็หันไปมองหน้าแฟน เพราะปรึกษากันมาก่อนแล้วเหมือนกัน คือต้องให้เขาออก เพราะเขาคงไม่อยากเกิดมาเป็นเด็กไม่ปกติแน่ๆ มันจะเป็นการทำร้ายเขามากกว่า  เขาก็ส่งไปที่ตึก 100 ปี พระศรี ตรวจเบื้องต้น และนัดเจาะท้อง

ถึงวันนัดก็ไปรอ เขาก็เรียกให้เข้าไปในห้องซาว์ด วันนี้ต้องเจาะเลือดจาก
สายสะดือเด็ก เพื่อดู ธาลัสซีเมียว่าเด็กเป็นหรือเปล่า และดูว่าเด็กเป็นดาวน์หรือเปล่าด้วย เขาก็ให้นอน เช็กตำแหน่งของเด้กก่อน ดูความสมบูรณ์

จากนั้นก็เอาผ้าปิดตา ให้ยกมือจับกันเหนือหัว ถกเสื้อ หมอก็พาร์ก  ตอนนี้จะทายาฆ่าเชื้อนะคะ เย็นๆ  จะทาอีกทีนะคะ เย็นๆ ตอนนี้จะฉีดยาชานะคะ เจ็บนิดหนึ่ง (ไม่นิดอ่ะค่ะคุรหมอ) เอาแหล่ะ สักพัก ก็จะเจาะหล่ะนะคะ เข็มยาวหน่อยนะคะ (จะบอกทำไม๊....) ก็เจาะลงไป รู้สึกว่า เข็มผ่านเนื้อ อึด อึด กว่าจะลงไปถึงและก้อควานเข็มหา เราก็บีบมือตัวเองบ้าง เอาเล็บจิกตัวเองบ้าง เป็นแผลเลยค่ะ เพราะมันเกร็งนี่ค่ะ เจ็บมาก หมอกะ พยาบาลก็พาร์กไปเรื่อยๆ  next ค่ะ ไม่ถูกค่ะ next อีกแล้วค่ะ ประมาณนี้ ซึ่งประมาณว่า การควานเข็มหาสายสะดือไม่โดน เพราะหมอก็บอกก่อนว่า เด็กเขาจะมีสัญชาติญาน เขาจะหลบเข็มด้วย ทำให้สายละดือไม่อยู่นิ่งต้องควานหา ทำให้เจ็บมาก บอกความรู้สึกไม่ถูกอ่ะนะ อยากรู้ก็ต้องโดนกันเองนะจ๊ะ  จนหมอเขาจะถอดใจแล้ว บอกว่าถ้าไม่ได้อาจต้องเอาแต่น้ำคร่ำไปก่อน แล้วค่อยนัดมา เจาะเอาเลือดอีกครั้ง (โอ้ .. มายก็อด เอาให้ได้ในนครั้งนี้นะคะ เพราะเจ็บขนาดนี้ ครั้งหน้าอาจจะไม่มาแล้ว) หมอก็ควานไปเรื่อยๆ พยาบาลก็ลุ้นไปด้วย เราก็เกร็งตามไปเรื่อยๆ เหมือนกัน แล้วพยาบาลก็แซว คนไข้อย่าลืมหายใจนะคะ  เออ รู้ได้ไงอ่ะ เกร็งจนต้องกลั้นหายใจจิงๆ เหมือนกัน แต่ก็สรุป เจาะขึ้นมาได้ ใช้เวลาไป 20 นาที (เหมือนนานเป็นชาติเลย) เขาก็เอาใส่ขวดเลือดเล็ก และเอามาให้เราดูชื่อว่าถูกไหม เราก็ดู ok ค่ะถูก (แต่อย่าทำหล่นน่ะค่ะ ต้องตายแน่ๆ) แล้วหมอก็นัดฟังผล ว่าถ้าผลออกจะโทรไปบอก



หลังจากนั้นก็รอลุ้น ใช้ชีวิตปกติ แต่ยอมรับว่าลึกๆ แล้วเครียด กลัวต้องเอาเขาออก  ถึงตอนนี้ยังไม่ค่อยบอกใครว่าท้องเพราะ ถ้าต้องยุติการตั้งครรภ์ ไม่อยากตอบคำถามใคร ลูกน้องที่ทำงานมารู้เพราะหน้าท้องเริ่มโตขึ้น จนในที่สุด ทางศิริราชการโทรมาบอกว่า ผลออกแล้ว เราก็รีบลางานไปฟังผลทันที

ช่วงนี้ต้องซื้อคลุมท้องใส่แล้ว เพราะกระโปรง size XL ที่ซื้อมาใส่ไม่ได้แล้วติดสะโพก ก็มานั่งรอสักพัก เขาก็เรียกเข้าห้องส่วนตัว พี่พยาบาลถามว่าจะฟังผลอะไรก่อน เราก็ว่าอะไรก็ได้ เขาก็บอกว่าน้องบอกมาซิ พี่อยากรู้ น้องอยากรู้ผลอะไร (โธ่พี่ มันก็เหมือนกันแหละ) เอ้า ธาลัสซีเมียค่ะ เขาก็ว่า ว่าแล้ว ธาลัสซีเมียสำคัญกว่า ก็บอกว่า แม่เป็นแฝง พ่อก็เป็นแผง ผลออกมาปรากฏว่า ลูกเป็นแฝง ชนิดเดียวกับคุณแม่ ก็โล่งออกไป  แฟนก็ถามว่าถ้าไม่ได้เป็นแฝง แต่เป็นชนิดนี้จะเป็นอย่างไร  พี่เขาก็บอกว่าถือว่าร้ายแรงต้องยุติการตั้งครรภ์ทันที โอ้.. มายด์ก๊อด เสร็จแล้วเขาก็พลิกไปหน้าผล โครโมโซม เราเห็นคู่ที่ 21 ก็ยิ้มแล้วลูกไม่เป็นดาวน์แน่นอน โชคดีๆๆๆๆๆๆ  ก็ระรื่น พากินออกมา กะไปฉลอง แฟนบอกว่า บางคู่ เขาไปแล้วออกมาหน้าตาไม่ดี คงไม่โชคดีมั้ง ฟังแล้วเศร้าจัง
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 พ.ย. 2010 at 18:09 Share
ตั้งแต่ 6 เดือน ท้องใหญ่มาก น้ำหนักก็ขี้นแบบไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ต้องคุยกะลูกว่า ลูกจ๋า แม่ก็อยากให้หนูตัวใหญ่ๆ แต่ว่าไม่ต้องให้น้ำหนักแม่ขึ้นอีกแล้วนะ หนูใช้ไขมันแม่แล้วกัน เชื่อกันหรือเปล่าจากนั้นน้ำหนักก้อขึ้นน้อยมาก ตอนคุยกะลูก 70 โล ตอนก่อนคลอด 75 เอง เหอๆๆๆ (75 เองนะเนี่ย ตอนนี้อ้วนเป็นแม่หมูเลย)

ประมาณเดือนที่ 6 ที่ 7 แฟนกะเพื่อนเขาจะไปเที่ยวสังขละ ไปดูวัดหลวงพ่ออุตตมะที่จมน้ำ แต่ตอนนี้น้ำแล้งมากทำให้วัดโผล่ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกตั้งแต่สร้างเขื่อน หรือประมาณ 25 ปี ก็ต้องไปสักหน่อยชาติหนึ่งจะมีสักครั้ง


ก็ขี้นเขาแบบหลับไปตื่น ยังไม่ถึงอ่ะ ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านคนมอญ ขอบอกรสชาติเหมือนน้ำเปล่า หึๆๆๆ แล้วก็ไปลงเรือดูวัด




ที่จริงไม่ได้อยากไป แต่เห็นว่ามีโอกาสแค่ครั้งเดียว เดินขึ้นบก ลงเรือท่าน้ำก็สูงมาก เพราะน้ำลด ทำเอาเหนื่อย ต้องแอบอ้วกแตกเลยค่ะ เจ้าของเรืออัธยาศัยดีค่ะ มีร่มให้เราด้วย เพราะฝนตกพอดี เห็นเขาอย่างนี้ เพื่อนนัชชวนคุย เลยได้ความรู้มาว่าที่จิงพวกเขามีเงินกันนะคะ แต่บ้านเป็นแพอยู่กลางน้ำ เพราะไม่มีที่ ย้ายมาจากจังหวัดอื่นค่ะ


Edited by naka - 29 ม.ค. 2554 at 10:09
Back to Top
oh2178 View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 22 พ.ย. 2010
Posts: 11
Post Options Post Options   Quote oh2178 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 23 พ.ย. 2010 at 14:03 Share

หวัดดีค่ะ ชื่อโอ้นะคะ

คุณนัช โชคดีมากๆที่น้องไม่เป็นโรคอะไรเลย ดีใจด้วยค่ะ
แถมคุณแม่นัชยังแข็งแรง ออกเที่ยวตลอดๆ
 
LOL
Back to Top
nid_variwan View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ก.พ. 2008
Location: Thailand
Posts: 1178
Post Options Post Options   Quote nid_variwan Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 พ.ย. 2010 at 10:23 Share
อ่านไป ลุ้นไป  และดีใจด้วยจริง ๆค่ะ ที่น้องปลอดภัยดี
แต่คุณแม่เที่ยวเก่งมากค่ะ ขอบอก .. ตอนนี้ใกล้คลอดหรือยังคะ
Back to Top
hollandwood View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 16 ส.ค. 2009
Location: Netherlands
Posts: 8
Post Options Post Options   Quote hollandwood Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 พ.ย. 2010 at 17:58 Share
โชคดีนะคะ ที่ผลตรวจไม่เป้นอะไรมาก ของเราตอนนี้ ตั้งครรด็ได้ จะเข้าเดือนที่ 8 แล้วค่ะ และเราเป็นไทรอยด็ด้วย ตอนตั้งครรภ์ครั้งแรก หมอ ที่ต่างประเทศจะดูแลเราตลอด และตรวจละเอียดมาก ทั้งแม่และลูกในท้อง แต่ก็ไม่เป้นอะไร ผลตรวจดีทุกอย่าง แรกๆ ก็กลัวเหมือนกัน ว่าลูกจะไม่สมบูรณื เพราะ อายุคุณแม่และคุณพ่อ ก็มากด้วยกัน ทั้งคู่ 38 กับ 48 เหอๆ
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 ธ.ค. 2010 at 13:56 Share
หวัดดีค่ะ คุณโอ้และทุกท่าน ตอนนี้นัชคลอดแล้วค่ะ แต่ก่อนจะเล่าถึงลูก ก็อยากจะเล่าถึงประสบการณ์การตั้งครรภ์ก่อนนะคะ เพื่อให้ลูกไว้อ่านตอนเขาโต และให้เพื่อนๆ ที่จะเป็นคุณแม่มาแชร์กัน เพราะการตั้งครรภ์ของนัช มีปัญหากับร่างกายค่อนข้างเยอะ หรือบางที อาจเป็นปกติค่ะ แต่ด้วยความที่เราไม่เค๊ย ไม่เคยไงค่ะ ทุกอย่างเลยแปลกใหม่หมด อ้อ ยินดีกะคุร Hollandwood ด้วยนะคะ คลอดแล้วส่งรูปน้องมาให้ดูบ้างนะคะ

อ้าวเล่าต่อนะคะ นัชจะเจ็บท้องบ่อยมาก ซึ่งเราไม่เข้าใจว่านั่นเป็นเพราะเด็กดิ้น แต่ดูที่ซาวด์ เขายังเล็กมาก ที่เห็นคือเป็นเหมือนตัวโม่งลูกน้ำ ขยับยือๆ เท่านั้นเอง ก็รีบไปตรวจค่ะ กลัวเด็กนะมีปัญหา หมอก็ซาวด์ดูค่ะ ปรากฏว่าปกติ ขนาดเด็ก น้ำคร่ำ และหัวใจทำงานปกติค่ะ  หมอบอกว่าอาจเป็นที่มดลูกเราขยายตัว และอาจเป็น Effect จากการตั้งครรภ์ที่อายุมาก ( Confused ว่าเราแก่ งั้นเถอะ?)

นัชยังไปทำงานปกติ จนเดือนกันยายนค่ะ เริ่มเดินไม่ไหว แต่ที่จิงก็เริ่มลำบากตั้งแต่เดือนที่ 6 แล้ว นัชนอนตะแคงไม่ได้เลยค่ะ ต้องนอนหงายอย่างเดียว ขาขวาพาดหมอนสามเหลี่ยม ขาซ้ายพาดหมอนข้าง เมื่อยที่สุดเพราะนอนท่านี้ตั้งแต่ประมาณ 5 เดือนนะคะ ถ้านอนตะแคงจะเจ็บบริเวณขาหนีบ หมอบอกว่าเด็กเขาทับเส้น ไม่ใช่แค่ตอนนอนนะคะ ตอนนั่ง ตอนเดิน ก็เหมือนกัน ตอนเดินไม่ต้องพูดนะคะ รู้สึกเหมือนมันจะใกล้คลอดตลอดเลยคะ  ก็บ่นบ่อยมาก แฟนเขาก็หาว่าเรา ปากเปราะ (ก็เจ็บนี่หน่า..)  

แฟนของพี่ที่เรียนโทด้วยกัน เขาเป็นพยาบาลเจอเราเขายังบอกเลยว่า เรามีลูกคนเดียวหลังเสียไปเลย คือเดินแอ่นหลัง เอามือค้ำไว้


ประมาณนี้เลยค่ะ ท้องก็ใหญ่อลังการมาก

นัชจะติดนวดนะคะ แต่ตั้งแต่ 2-3 เดือน ก็ไปนวดปกติ หมอไล่กลับบ้านเลยค่ะ ทรมานมาก ก็มันยังปวดเมื่อยเหมือนเดิม แฟนก็มานวดให้ตอนเดือนที่ 8 ค่ะ นวดให้ทุกคืน ประมาณวันละ 1-2 ชั่วโมงแนะ และยังแอบแซวเราอีกว่า ชอบหลับคาเขียง ( 555+) ก็มันสบายนี่หน่า ที่จิงเขาไม่เคยนวดให้เลยค่ะ ไม่ว่าจะขู่เข็ญวิธีไหน แต่พอเห็นเราขาบวม และเดินอุ้ยอ้าย เขาคงทนทุเรศไม่ไหว ขนาดน้องชายเรายังบอกเลยว่าเดินเหมือน นกแพนกิ้น เลย  ตอนนี้นัชกินไม่กลัวอ้วนเลยค่ะ แหะๆๆ ก่อนหน้าจะคลอด shop เสื้อผ้าไว้มากมาย ใส่ไม่ได้แล้วค่ะ เออ ก่อนท้องนัชใส่เสื้อผ้า size m นะคะ แล้วก็ขยับเป็น L เป็น XL เรื่อยไป
เดือนที่ 6 หมอนัดให้ไปตรวจเบาหวานค่ะ ก็เลยถามหมอว่า ฉันอ้วนมากเหรอค่ะ หมอก็บอกไม่นี่ครับ ก็ดูปกติ (แล้วให้ไปตรวจทำไมค่ะ ...คิดในใจ) ก็บอกหมอว่า ไม่อ้วนเหรอค่ะ น้ำหนักขึ้นตั้ง 15 กิโลแล้ว ที่นี้หมออึ้งไปนิดหน่อย ก่อนบอกว่า ให้ลดพวกแป้ง กินโปรตีนเยอะๆ  เหอๆๆๆ (หมายความว่าไงหล่ะเนี่ย) ค่ะ เลยไปตรวจเบาหวานที่ ร.พ.ค่ะ เขาให้กลืนกลูโคส 2 ขวด ซึ่งจิงๆ มันก็คือน้ำตาล(น้ำเชื่อม)ดีๆ เราเนี่ยเองแบบเข้มข้นซะด้วยนะคะ ให้นั่งพัก รอ 1 ชั่วโมง แล้วไปเจาะเลือด เสร็จแล้วฟังผลเลย ปรากฏว่า น้ำตาลสูงค่ะ (ไม่สูงได้ไง ให้กินน้ำตาลไปตั้ง 2 ขวด) เลยนัดให้มาตรวจละเอียดอีกครั้ง ทีนี้ให้อดน้ำ อดอาหารหลังเที่ยงคืนด้วยค่ะ (อ้าว ที่จิงอดไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้วนะ)  แล้วเขาก็ให้รีบไปตรวจค่ะ เลยนัดวันรุ่งขึ้นเลยค่ะ และเลยโทรไปลางานกับ Boss อีกวัน ซึ่งBoss ก็เข้าใจค่ะ
วันรุ่งขึ้นแฟนก็ไปเป็นเพื่อนค่ะ ก่อนกินน้ำตาล เขาเจาะเลือดไว้ก่อน แล้วให้กินน้ำตาลทีนี้ 4 ขวดค่ะ (oh.. my god...) เจ้าหน้าที่เขาก็คุยกันว่า มะวานที่มีผู้หญิงอ้วนมากินกลูโคสพร้อมเรา คนนั้นน้ำตาลสูง เป็นเบาหวานไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็อ๊วกด้วย เรากำลังกินน้ำตาลอยู่ ก็ผะอือผะอมนะคะ เลยถามว่า อ๊วกได้ใช่ไหมค่ะ เขาก็ตกใจค่ะ บอกว่า อย่าอ๊วกนะคะ อดทนไว้ อ๊วกแล้วเป็นเรื่องใหญ่นะคะ (อ้าว...นึกว่าอ๊วกได้กินเสร็จจะได้ไปอ๊วกซะเลย 555+)  ก็กินไปจนหมดแหล่ะค่ะ เสร็จก็นั่งรอ 1 ชั่วโมง ก็ไปให้เขาเจาะเลือด 1 ครั้ง ก็ต้องรอ อีก 1 ชั่วโมง ทีนี้ไม่ไหวค่ะ นั่งเฉยมันจะขย้อนค่ะ เลยให้แฟนพากลับบ้าน เผอิญบ้านอยู่ไม่ไกล ก็กลับไปนอนได้ประมาณ ครึ่งชั่วโมงก็กลับมา ร.พ. ให้เขาเจาะเลือดอีกครั้ง ทีนี้เปลี่ยนแขนบ้าง เพราะข้างเดิมเจาะไป 3 ครั้งแล้ว รวมของเมื่อวานด้วย ชักระบมค่ะ ก็รออีก 1 ชั่วโมงค่ะ ก็กลับบ้านอีก เพราะถ้ารอที่ ร.พ.ต้องอ๊วกแน่ๆ ค่ะ ก็ไปนอน ครึ่งชั่วโมงก็กลับมาเจาะเลือดอีก เสร็จเขาก็ให้ไปกินข้าวได้แล้วค่ะ ให้มาเอาผลตอนบ่าย ไปที่ห้องฝากท้องค่ะ ไปบ่ายโมงตรง ต้องรอพยาบาลยังไม่กลับจากไปกินข้าวอีกเกือบ ชั่วโมงค่ะ และแล้วผลก็ออกมาว่าปกติค่ะ (เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ) ถ้าไม่ปกติต้องไปนอนรักษาระดับน้ำตาลที่โรงบาลประมาณ 2-3 วันค่ะ ไม่รู้เขาจะให้เรากินอะไรที่มันทรมานอีกหรือเปล่า นับว่าโชคดีค่ะ

เดือนที่ 7-8 จำมะค่อยได้ มีวันนึงรู้สึก ลูกดิ้นน้อย ถึงไม่ดิ้นเลย ก็เครียดมาก เย็นเลยรีบไปหาหมอค่ะ ก็รอคิวนานมาก (คิดว่าถ้าคลอดแล้ว ไม่มาแล้วหมอคนเนี่ย เบื่อจิงๆ เรายิ่งกังวลอยู่) หมอส่งตัวไปตรวจสุขภาพครรภ์ที่ ร.พ.คืนนั้นเลยค่ะ ก็ไปนอนให้เครื่องตรวจอีก ประมาณครึ่งชั่วโมง นอนหงายก็จิง แต่เมื่อยมากเพราะปกติต้องมีหมอนหนุนขาไงค่ะ เครื่องก็ดังเป็นระยะ ถ้ารู้สึกว่าลูกดิ้น เครื่องก็จะร้องดังขึ้นค่ะ พอเสร็จเขาก็อ่านผลให้ฟัง ว่า ปกติ (จบ Stern Smile) นอนเช็กตั้งนาน สรุปสั้นนิดเดียว เฮ้อ!!!!~


ภาพนี้คุณหมอ print มาให้ดูเพศ พร้อมกับทำโครงร่างให้เสร็จสรรพ 5555  หมอบอกว่าโชว์ให้เห็นจะจะ กลัวแม่ไม่รู้ (โตมาหน่อยทะลึ่งมาก ชอบแอ่นเจี๊ยวโชว์จนแม่ต้องหาวิธีให้เลิก)

กลางเดือน กันยา 53 ถึงกำหนดหมอนัดค่ะ ก็ไปตรวจปกติ หมอบอกว่า รกยังเกาะต่ำอยู่ ยังไม่ค่อยขึ้น เลยนัดให้ไปตรวจที่ ร.พ. อีกทีค่ะ เพราะถ้ายังไม่ขึ้น หมอก็จะไม่ให้คลอดเองค่ะ เพราะอาจเสียเลือดมาก เนื่องจากรกอาจหลุดก่อน เด็กจะออก และจะไปปิดปากช่องคลอดไว้ ทำให้เด็กออกไม่ได้ และขาดอากาศในที่สุดค่ะ หมอเลยนัดตรวจช่องคลอดอีกทีที่ ร.พ.ค่ะ (เป็นครั้งแรกที่จะต้องโป๊ต่อหน้าคนอื่นค่ะ Sleepy) ถ้าคลอดเองไม่ได้ให้คิดว่าจะผ่าเมื่อไร คือนัชครบกำหนดวันที่ 8 ตุลาคม 53 ค่ะ แต่ตั้วแต่วันที่ตรวจนี้ ก็ครบกำหนดคลอดแล้ว รอแต่เจ็บท้องเท่านั้น นัชเลือกวิธี ดมยาสลบค่ะ ดังนั้นวันที่จะผ่าต้องก่อนวันที่ 8 แต่ปัญหาอีกอย่างคือ เดือนหน้าหมอวิสัญญีไม่อยู่ ถ้าผ่าคลอดแล้วหมอวางยาไม่อยู่จะอันตราย แล้วหมอจะถามหมอวิสัญญีก่อนว่าจะไปวันที่เท่าไร ถ้าไปตั้งแต่ต้นเดือนก็ต้องกำหนดผ่าให้เร็วกว่านั้น  ซึ่งหมอจะถามกันวันอาทิตย์ และนัดเราไปให้คำตอบวันอาทิตย์ด้วย

ก้อเลยต้องดูฤกษ์กันนิดนึงนะคะ เผอิญที่นัชทำงานมี ผ.ญ.ท่านหนึ่งเขาเป็น เจ้าค่ะ เขาก็เลยอนุเคราะห์ดูให้ก็ออกมาดีนะคะ สบายใจ แต่ฤกษ์เขาบอกว่า เขายังบอกไม่ได้ คืนนี้เขาจะเอาขึ้นไปถามเทพ ถามพระอินทร์ก่อน แล้วจะโทรบอกพรุ่งนี้ (โห...ดวงขั้นเทพกำหนดซะด้วย ลูกเรา LOL) สรุปแล้ว ได้มา 3 วันค่ะ คือวันที่ 28 ก.ย. วันที่ 8 ตุลา และวันที่ 10 ตุลา แต่ที่นัชบอกไว้ข้างต้น หมอไม่ให้เกินวันที่ 7 ตุลาใข่มะค่ะ ดังนั้น นัชก็เหลือวันเดียว แต่นัชกะแฟนอยากให้ลูกเกิดเดือนตุลาคม ค่ะ เพราะตั้งชื่อเล่นลูกไว้ว่า October ค่ะ น้าสาวก็ดูตำราพรหมชาติให้ว่าวัน พุธ และ พฤหัสก็ดีค่ะ แต่นัชเชื่อ เทพมากกว่า 555 เพราะเขาดูจากวันพ่อ วันแม่ด้วยค่ะ ที่จิงก็คิดว่าจะให้ลูกเกิน วันพฤหัส ก็เป็นวันที่ 1 ตุลา พอดีค่ะ แต่คุยกะพี่สาว เขาคุยกะเพื่อนๆ เขาให้ความเห็นว่า ไหนๆ ก็จะต้องผ่าแล้ว ก็เลือกวันที่ดีที่สุดเป็นต้นทุนให้ลูกจะดีกว่า  (ก็จิงแฮะ) แต่ก็นะ ถามพระดูอีกทีหล่ะกัน นัชนับถือพระอาจารย์อยู่รูปหนึ่ง ท่านปฏิบัติดี และมีวิชาด้วย ก็นิมนต์ท่านมารับสังฆทานที่บ้านวันอาทิตย์ และถือโอกาสถามซะเลย ว่าหนูจะผ่าคลอดวันไหนดีค่ะ หลังจากที่รับสังฆทาน ให้ศีลให้พรเสร็จแล้ว ท่านก็บอกว่า ได้ทุกวันยกเว้นวันจันทร์กะวันเสาร์เพราะปีนี้เป็นวันอุบาทว์กะวันโลกาวินาส และถ้าเลือกได้ก็ให้คลอดตอน 9.19 หรือ 9.39 จะดีมาก ถ้าเลือกไม่ได้ก็ให้คลอดตอนเช้า เด็กจะเก็บเงินอยู่

วันนี้วันศุกร์นัดตรวจรกนะคะ หมอเขามีพยาบาลมาช่วยคนนึ่ง ให้เราเปลี่ยนชุดแล้วก็ อย่าเกร็งนะคะ แล้วเอาเครื่องมือเป็นแท่ง แต่เป็นกล้องเข้าไปค่ะ เจ็บค่ะก็พักนึง ประมาณ นาที ก็บอกว่า รกขึ้นแค่ เซ็นต์เดียว ไม่ได้ต้องขึ้น กว่า 2 เซ็นต์ถึงจะคลอดเองได้ สรุปต้องผ่าค่ะ ก็เลยขอผ่าวันที่ 28 ค่ะ ตัดสินใจแล้ว ด้วยเหตุผล 3 ประการ 1. เขาดูฤกษ์ให้แล้ว ว่าเป็นวันดี   2. ไหนๆ จะต้องผ่าแล้ว ก็ผ่าให้มันเร็วไปเลย เจ็บท้องทนไม่ไหวแล้ว  3. นัชกลัวรอช้าไป จะเจ็บท้องคลอดซะก่อน แล้วจะอันตรายค่ะ แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า  แฟนนัชเขาจะไปแข่งบอลค่ะ เขาเป็นตัวทำเกมค่ะ นัชก็ให้เขาไปนะคะ เพราะถือว่าพี่ น้องเรามาเฝ้าได้ นัชภูมิใจก็ครอบครัวตัวเองมากค่ะ แต่ปรากฏว่าพอนัชบอกพี่ น้อง ไม่มีใครสนใจเลยค่ะ ประมาณว่าไม่ว่างน่ะคะ นัชน้อยใจมาก ก็คิดว่าไม่หวังพึ่งก็ได้ ประกอบกับเย็นวันอาทิตย์นัชทะเลาะกะแฟนค่ะ เลยไม่พูดกัน เขาก็ไม่พูดกะนัชเลยค่ะ นัชนอนน้อยใจทั้งคืนเลย ที่จิงแล้วตลอดเวลาตั้งครรภ์มา สุขภาพจิตใจของนัชถือว่าดีมากนะคะ ตอนเช้าเขาก็ไปทำงานปกติ แต่เป็นวันที่นัชจะต้องไปนอน ร.พ. เพื่อเตรียมคลอดค่ะ นัชเลยโทรหา เพื่อนที่ทำงานให้เขาช่วยมาเป็นญาติตอนนัชเข้าห้องผ่าค่ะ เพราะเวลา พยาบาลเรียกเอาของใช้เขาจะได้หยิบให้น่ะคะ เขาก็โอเค โดยไม่มีข้อแม้เลยค่ะ ทำให้นัชยิ่งน้อยใจครอบครัวใหญ่เลยค่ะ และนัชก็โทรหาเพื่อนที่ เคยสนิทกันว่าให้ช่วยมาเฝ้าเราหลังคลอดได้ไหม เขาก็โอเคง่ายๆ อีกแล้วค่ะ ซึ้งใจจัง วันนั้นก่อนนัชออกจากบ้าน นัชขับรถไปเองค่ะ นัชร้องไห้ หนักมาก ร้องๆๆๆ จนหายใจไม่ออก นัชแวะ ธ.ออมสินก่อน เพราะเบิกเงินมา ตั้งใจจะซื้อสลากออมสินไว้ค่ะ  ก็ซื้อไปเล็กน้อย ถึงปานกลางค่ะ หวังว่าจะถูกรางวัลมั้งอ่ะค่ะ  ขอเสร็จนัชก็ไปติดต่อ ร.พ. เขาก็จะให้นัชผ่าเลย นัชก็ปฏิเสธค่ะ เขาก็เข้าใจค่ะ ถามว่าดูฤกษ์มาใช่ไหม (ก็ใช่นะซี่) เขาเลยให้ไปกินข้าวก่อนค่ะ นัชก้อขับรถไปกินข้าว แล้วกลับมารอที่ รพ. แฟนนัชเขาโทรมาถาม จะตามมาดูค่ะ เวลานี้ นัชไม่อยากเจอหน้าเขาเลยค่ะ เหม็นน้ำหน้ามาก กะว่าจะหอบลูกไปอยู่ทีอื่นเลยค่ะ วันนั้นเกลียดเขามาก อยากเลิกกะเขาเลยค่ะ แต่นัชก็คุยกะเขานิดหน่อยค่ะ เพราะต้องเอาเอกสารที่เขาด้วย เขาก็มาดูนัชค่ะ แล้วนัชก็ไล่เขากลับไป เผอิญเขามีธุระด้วยค่ะ ก็กลับไป นัชก็ไปติดต่อที่ห้องรอคลอดอีกครั้ง อาบน้ำเปลี่ยนชุด นัชได้นอนใกล้กะน้องคนหนึ่งที่เขาเข้ามารอคลอดนานแล้ว เขาต้องผ่าเหมือนกันค่ะ ยังเด็กอยู่เลย ตั้งท้องแล้วยังสวยอยู่เลย  แต่ดูเขาไม่ค่อยอยากคุยกะเรา เลยไม่ขอพูดถึงเขามาก ละกันนะคะ (แหะๆๆ ) ตอนบ่ายแม่กะน้องชายมาเยี่ยมค่ะ นัชก็ออกไปหา และไล่ให้เขากลับไป เพราะนัชยังโกรธไม่หายนี่ค่ะ พวกเขาไม่สนใจเวลานัชขอให้เขามาเฝ้าตั้งแต่ต้น พอเห็นนัชไม่พอใจก็เลยเปลี่ยนท่าที ทำให้นัชรู้สึกเหมือนไร้ญาติค่ะ แม่กะน้องหน้าเสียเลยค่ะ นัชก็เสียใจนะค่ะ แต่ก็โกรธมากกว่า ไม่อยากให้พวกเขามายุ่งกะนัชและลูกจิงๆ ค่ะ รู้สึกอนาถาอีกแล้วค่ะ หลังจากไล่เขาไปสำเร็จแล้ว นัชก็ไปนอนร้องไห้อีกแล้ว ร้องนานมาก ร้องไปคุยกะลูกไป สงสารลูก สมเพศตัวเองค่ะ ไม่มีใครสนใจเลยค่ะ คนที่เรารักเคยภูมิใจกลับพึ่งไม่ได้ค่ะ เพื่อนซะอีก ไม่ปฏิเสธสักคำ ตอนเย็นแฟนนัชก้อหาค่ะ นัชก็ไล่ไปอีก เขาก็ไม่ไปก็ไม่ได้คุยอะไรกันนะคะ นัชไม่พูดด้วย ก็นั่งด้วยกันเฉยๆ 2 ทุ่มนัชก็ให้เขากลับ อ้างว่าเราจะพักผ่อน ก้อไปนอนร้องไห้อีก
ถึงตอนนี้แล้ว นัชอ้วนมากเลยค่ะ Sleepy เขาก็ให้อดข้าว อดน้ำหลังเที่ยงคืน เช้าตรู่เขาก้อให้น้ำเกลือค่ะ แฟนนัชมาพยาบาลก็เรียกออกไปพบ หมอมาคุยก็บอกว่า ในกรณีนัช ถ้าเป็นต่างประเทศเขาจะไม่เอาแผลสวย เขาจะเอาปลอดภัย ดังนั้นเขาจะผ่าตรงค่ะ นัชก็รีบปฏิเสธทันที เฮอ คุณหมอค่ะ ฉันไม่ได้ห่วงสวยนะคะ แต่ฉันเป็นคนใจเสาะ เวลาเจ็บจะเจ็บมากกว่าชาวบ้านเขา ถ้ายังไง ไม่อันตรายเท่าไร ขอเป็นแผลตามขวางนะคะ เพราะพี่ที่ทำงานคนหนึ่งเขาเล่าว่าเขาผ่าคลอดแบบ ผ่าตรงเจ็บมาก แผลหายช้ามาก เตือนนัชไว้ล่วงหน้าว่าอย่าให้เขาผ่าตรงเด็ดขาดนะ นัชก็จำไว้อ่ะค่ะLOL พอได้เวลาเขาก็ให้เข้าห้อง เขาจะสวนท่อปัสสวะให้ ซึ่ง คนที่นัชเคยคุยด้วยเขาบอกว่าเจ็บมากกกก ก้อเกร็งค่ะ ให้ยาอะไรด้วยไม่รู้ แล้วก็สวนท่อ ไม่เจ็บเท่าไรค่ะ อาจเพราะพยาบาลพยายามเบามือก็ได้มั้งค่ะ  หมอวิสัญญีก็เข้ามาคุย ถามโน่นถามนี่ตามสูตร แล้วสุดท้ายบอกว่า ถ้ารู้สึกว่า ถูกเรียกให้ตื่น ให้ตื่นขึ้นมา  เมื่อถึงเวลา เขาก็ให้นั่งรถเข็น ไปหน้าห้อง เสร็จแล้วลุกไปขึ้นเตียง(ที่จิงให้เดินไปเองก็ได้ ใกล้กันแค่เนี่ยะ) แล้วก็ลากเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันอีก เสร็จแล้วให้เราลุกไปขึ้นอีกเตียง (อะไรวะ) ที่จิงถ้าเดินก็เร็วกว่านะ ก็ลากเราเข้าห้องผ่าตัด แล้วก้อถกเสื้อกะผ้าถุง แล้วมัดมือไว้ทั้ง 2 ข้าง แล้วก็ให้เราหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ จากนั้นก็ไม่รุ้สึกตัวค่ะ

จุ๊ๆๆ ใกล้จะเห็นหน้าลูกเต็มทีแล้วค่ะ ไว้คราวหน้านะคะ


Edited by naka - 09 ก.ค. 2015 at 15:51
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 06 ธ.ค. 2010 at 11:21 Share
นัชบอกไปแล้วใช่มะค่ะ ว่านัชชอบเดินทางมาก ประมาณว่าไม่อยากไปทำงานค่ะ เลยขอไปสัมมนาแทน หุๆๆๆ ก็มีครั้งหนึ่งไปสัมมนาที่กรุงเทพฯ โรงแรมนั้นใกล้กะบ้านนัชที่กรุงเทพฯค่ะ ก็ขับรถไปเอง เสร็จแล้วก็ไปเดินห้างคนเดียว ชอบทำอะไรคนเดียวมันสะดวกดีนะ เร็วด้วย ขาก็ปวดนะแต่ใจมันสู้ 555+

อีกครั้งไปสัมมนาที่อุบลค่ะ อยากไปซื้อของที่หนองคาย พอดีน้องนัชเขาซื้อบ้านไว้ที่อุบลว่าจะเปิดร้านค้า เราได้ขับรถไปให้ วันสุดท้ายก็ไปหนองคายกัน แต่เสียดาย ตลาดวายซะแล้ว ได้กล้วยไม้มาฝากแฟนนิดหน่อยประมาณ 2-3 กิโลค่ะ ต้องบอกนะคะ เดินทางแต่ละครั้งไม่ใช่ไม่เจ็บท้องนะ แต่นัชดูดวงมาแล้วไงว่านัชกะลูกจะไม่เป็นไร แต่จิงๆ แล้วก็แอบเครียดเพราะตอนนั้นผลตรวจจากการเจาะท้องยังไม่ออก  นัชไม่ได้ขอลูกจากพระหรือเจ้าองค์ไหนเลยนะคะ แล้วก็ไม่ได้บนให้ลูกเป็นอย่างนั้น อย่างงี้ด้วย นัชต้องการให้เขาเป็นลูกของเราจิงๆ ถ้าเป็นของคนอื่น กลัวเขาจะอยู่กะเราไม่นานอ่ะค่ะ เด๋วเจ้าของเก่าเขามาทวง ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ ถ้าได้ทำบุญก็จะอุทิศให้เขาด้วย ให้เขาแข็งแรง ปลอดภัย ถ้าได้มาวาสนาเกิดมาเป็นลูกเรา ก็ขอให้ได้เกิด มีสุขภาพแข็งแรง นัชหาข้อมูลคนท้องเยอะมาก เพราะกลัวตอนคลอด แล้วเด็กทีทำงานก็ค่อนข้าง มีประสบการณ์กันหมดแล้ว ก็เลยได้ความรู้มาพอสมควร ตั้งแต่ว่าถ้าคลอดเองต้องทำอย่างไง ถ้าผ่าคลอดต้องทำอย่างไง  ต้องซื้ออะไรบ้าง เท่าไรดีเป็นต้นอ่ะค่ะ

สำหรับชื่อจริง ลูกนัชตั้งไว้ล่วงหน้าหลายปีแล้ว เป็นชื่อพ่อ ชื่อแม่ปนกัน แต่ออกมาเป็นเลขดี รวมกะนามสกุลก็ดี อายตนะก็ดี  ส่วนชื่อเล่น ก็อย่างที่บอกค่ะ ตั้งว่า October แต่ทีนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่าต้องผ่าคลอดปลายเดือนกันยานะซิค่ะ เลยต้องตั้งกันใหม่ นัชจะให้ชื่อเลโอ หรือ ไลเกอร์ (liger)ค่ะ เพราะแฟนนัชเกิดราศีสิงห์ นัชเกิดปีขาล เขาว่าถ้าพ่อเป็นสิงห์ แม่เป็นเสือ ลูกจะเป็นไลเกอร์ไงค่ะ แต่ถ้าพ่อเป็นเสือ แม่เป็นสิงห์ลูกจะเป็นไทกอน ( tigon) ค่ะ




Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



Dino-Lite กล้องจุลทรรศน์พกพา รางวัลยอดเยี่ยมโลก



ลูก ที่เกิดจากการผสมเทียมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างเสือตัวผู้ และสิงโตตัวเมียนั้น เราเรียกว่า ไทกอน (tigon) ส่วน ไลเกอร์ (liger) เป็นลูกของสิงโตตัวผู้ และเสือตัวเมีย

ไทกอนและไลเกอร์ที่มีอยู่ในโลกส่วนใหญ่ เกิดขึ้นเพราะการแทรกแซงของมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะปกติแล้ว เสือและสิงโต มีพฤติกรรมคนละแบบ แถมอยู่อาศัยกันคนละถิ่นอีกต่างหาก


1. เจ้าไทกอนนั่งหาวอยู่ที่สวนสัตว์แห่งชาติของออสเตรเลีย ในกรุงแคนเบอร์รา

ลูก พ่อเสืออย่างไทกอนนั้น ถ่ายทอดลักษณะมาจากทั้งพ่อและแม่ คืออาจได้ลายจุดๆ จากแม่สิงโต หรือแถบตามตัวจากพ่อเสือก็ได้ ถ้าเป็นไทกอนตัวผู้ อาจมีแผงคอที่สั้นๆ ไม่ชัดเจนเหมือนแผงคอสิงโต ส่วนไลเกอร์นั้น หน้าตาเหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่มีแถบตามลำตัวเหมือนเสือ โดยอาจจะเป็นลายสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม แต่ก็มีบ้างที่มีลายจุดๆ ตามลำตัวแบบสิงโตหลงเหลืออยู่ด้วย

โดย ทั่วไปไทกอนจะตัวเล็กกว่าสิงโตและเสือ ส่วนไลเกอร์ตัวใหญ่กว่าใครเพื่อน นั่นเพราะเชื่อกันว่า สิงโตเพศเมียจะส่งยีนยับยั้งการเติบโตให้ลูกหลาน เพื่อให้สมดุลกับยีนส่งเสริมการเติบโตที่ตัวผู้ถ่ายทอดให้ เนื่องจากขนาดลำตัวมีความสำคัญมากกับสถานะและการแข่งขันเพื่อผสมพันธุ์ของ พวกมันในอนาคต ขณะที่เสือไม่มีพฤติกรรมต้องใช้ขนาดตัวเท่าข่มแบบนั้น จึงไม่มียีนส่งเสริมหรือยับยั้งการเติบโต

2. ไลเกอร์ตัวใหญ่หน้าตาเหมือนสิงโตที่มีลายเสือ


เพราะ อย่างนี้ไทกอนจึงตัวเล็ก เพราะได้ยีนยับยั้งการเติบโตจากแม่ ส่วนเจ้าไลเกอร์ก็ตัวใหญ่ เพราะได้ยีนส่งเสริมการเติบโตจากพ่อ

ประวัติการ บังคับให้เสือผสมกับสิงห์ ด้วยการจับพวกมันมาอยู่ร่วมกรงกันนั้น บันทึกไว้ครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย โดยย้อนหลังไปได้ถึงปี 1837 เมื่อมีการส่งไทกอนจากรัฐชัมนคร ของอินเดีย ไปเป็นของขวัญให้ควีนวิกตอเรีย และในปัจจุบัน ส่วนสัตว์หลายแห่งทั่วโลกก็มีไทกอนและไลเกอร์ เป็นดาวเด่นดึงคนมาเที่ยวชม

เดิมทีนักสัตววิทยาเชื่อกันว่า ไทกอนและไลเกอร์นั้นเป็นหมัน แต่ในปี 1943 ไทกอนตัวหนึ่งถูกจับให้อยู่ร่วมบ้านกับเสือ และได้แสดงให้เห็นว่ามันก็ “มีน้ำยา” นะ ส่วนไลเกอร์เพศผู้นั้นยืนยันได้ว่าเป็นหมัน แม้มันจะผสมพันธุ์ตามปกติเมื่อถึงฤดู ผิดกับตัวเมียที่ปกติดี

สรุป ส่งท้ายตรงนี้ว่า “ไทกอน” คือลูกของพ่อเสือกับแม่สิงโต ส่วน “ไลเกอร์” เป็นลูกพ่อสิงโตกับแม่เสือ นอกจากนี้ยังมี พ่อไทกอนผสมกับแม่ไลเกอร์ ได้ลูกเป็น “ไท-ไลเกอร์” และพ่อไทกอน ผสมกับแม่สิงโต ได้ลูกเป็น “ไล-ไทกอน” ส่วนลูกของไทกอนกับเสือ เรียกว่า “ไท-ไทกอน” และลูกของพ่อสิงโตกับแม่ไลเกอร์ เรียกว่า “ไล-ไลเกอร์”

โดย ผู้ จัดการออนไลน์


นัชลงข้อมูลให้ดูเล่นๆนะคะ แต่แฟนนัชไม่เอาชื่อที่อุตสาห์หามานี้หรอกค่ะ น่ารำคาญม๊ากกกกกกกกกกกกก  พี่สาวก็พยายามหาชื่อให้ค่ะเช่น ฟีมัส แปลว่าผู้มีเกียรติ หรือ son ที่แปลว่าลูกชายอ่ะค่ะ แต่แฟนเขาเรียกลูกว่าปาย ซึ่งจิงๆ ก็คือปลาย(เดือน)น่ะเองค่ะ แต่ย่าไม่ชอบก็พยายามเรียกน้องเต้ (โปเต้)นัชไม่ชอบหรอก เลยเรียกปายตามแฟน ซึ่งย่า (แม่ของแฟน) ขัดแฟนไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องปายไปด้วย นัชก็เลยพยายามเดิม S ให้ไป เป็นSpay อ่ะค่ะ 555+

อ่ะอ้ะ ไม่ได้เล่าตอนคลอดซะที ไว้คราวหน้าเนอะ



Edited by naka - 16 ธ.ค. 2553 at 12:18
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 ธ.ค. 2010 at 11:16 Share
อ้อ ที่จริงที่ขึ้นหัวข้อนี้ เพราะอยากแชร์ประสบการณ์กะคุณแม่ทั้งหลายค่ะ เพราะตอนท้องมีปัญหาด้านร่างกายพอสมควร และหาวิธีแก้ปัญหาไว้มากค่ะก็ลองถามมานะคะ ถ้าเป็นสิ่งที่เคยผ่านมาจะตอบให้ค่ะ จะได้สบายใจนะคะWink
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 ธ.ค. 2010 at 14:18 Share

คนที่ถามเกี่ยวกะยาคุมนะคะ นัชว่าถึงประจำเดือนไม่มาก็ต้องกินนะคะ ถ้าไม่อยากท้อง เพราะลูกน้องนัช ประจำเดือนไม่มายังท้องเลยค่ะ  และที่ประจำเดือนไม่มา สาเหตุหนึ่งก็เพราะคุรแม่ให้นมลูกอย่างเต็มที่คะ ใครให้นมผงช่วยไม่นานประจำเดือนก็มาค่ะ

ส่วนเรื่องมะไหร่มี sex ได้นั้น ต้องถามคุรแม่ว่าเจ็บหรือไม่ ถ้าไม่เจ็บก็ทำได้ค่ะ แต่ค่อยๆนะคะ อย่ารุนแรง อย่างนัชนี่ประมาณ 3 เดือนแล้วยังทำไม่ได้ค่ะ เพราะพอแฟน ดันเข้าไป รู้สึกเจ็บ เหมือนโดนแผลที่เย็บข้างในอ่ะค่ะ

และเพราะต้องดูลูกตอนกลางคืน ต้องนั่งบนเตียงทำให้กดทับท้อง(แผล) บ่อยๆ ก็ทำให้เจ็บแผลข้างในอยู่เลยค่ะ แผลข้างนอกหายแล้ว กลัวอักเสบเหมือนกันค่ะ

และเรื่องการบล็อคหลังหรือดมยา แล้วแต่ชอบนะคะ แต่เขากลัวว่าดมยาแล้วจะไม่ฟื้น วิธีแก้ก็ง่ายๆค่ะ ก็ฟื้นขึ้นมาซิค่ะ วิสัญญีแพทย์จะบอกเราว่า หากเรารู้สึกตัว หรือได้ยินการถูกเรียกให้ตื่นค่ะ นัชเคยฟังเรื่องหนึ่ง คือมีคนเขาต้องผ่าตัดสมอง และแพทย์ก็บอกอย่างนี้เหมือนกัน หลังผ่าตัด เขารู้สึกตัวแล้ว ก็พยายามจะตื่น แต่รู้สึกเหนื่อยมากก็เลยคิดว่าจะหลับต่อไปอีกหน่อย แต่ก็จำได้ว่าหมอบอกให้ตื่นก่อน ก็พยายามอีก ก็ไม่ตื่นลืมตาไม่ขึ้น เป็นอย่างนี้หลายรอบ จนสุดท้ายก็พยายามตื่นขึ้นมาจนได้ ปรากฏว่า หมอบอกว่าเขามีอาการหัวใจหยุดเต้นเป็นระยะ (ก็คงเป็นช่วงที่เขาคิดจะหลับต่อเพราะเหนื่อยอ่ะค่ะ) ดังนั้นรู้อย่างนี้แล้ว ก็พยายามตื่นเมื่อรู้สึกตัวหลังคลอดให้ได้ ให้เร็วนะคะ แต่การบล็อดหลังเนี่ย นัชว่า Effect เยอะกว่านะ เช่นลูกน้องนัชคนหนึ่งเขาบล็อคหลังแต่ปรากฏว่าบล็อคผิดหรือไงไม่รู้ เวลาหมอลงมีดเขายังรุ้สึกตัว ก็สะดุ้งสุดตัวเลยค่ะ หมอเลยรีบเอายามาครอบให้เขาก็หลับไป ปรากฏว่าต้องถูกทั้งบล็อคและดมยา 2 เด้งเลยค่ะ  นัชเลือกดมยาค่ะ สบายใจดี ไม่ต้องลุ้นมารู้สึกตัวว่าหมอทำอะไรเราหว่า.. ก็ดีนะ ถ้าครั้งต่อไปก็เลือกตมยาค่ะ

สำหรับท่านที่ตั้งครรภ์เร็วไป ก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันนะคะ โดยเฉพาะคนที่ผ่าคลอด เพราะแผลข้างในยังไม่หายดี เวลาท้องขยาย แผลอ่าจจะฉีกได้ ให้อยู่ในความดูแลของแพทย์นะคะ

Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 ธ.ค. 2010 at 15:39 Share
อ้อ มีปัญาอยากถามบ้าง พวกนัชเนี่ย พอลูกร้องก็วิ่งอุ้มกันแล้ว ถ้าไม่อุ้มก็ร้องหนักขึ้น ตีแขน ตีขาใหญ่เลย ทำให้ตอนนี้เขาไม่คว่ำค่ะ จับให้คว่ำ ก้อไม่ชอบค่ะ แต่ร้องไม่ค่อยออกเพราะเขาร้องไม่ถนัดไงค่ะ สุดท้ายเราก็ต้องจับพลิกตัวขึ้น กลัวลูกขาดอากาศตายค่ะ เลยอยากถามว่าคุรพ่อ คุรแม่ใครที่เลี้ยงลูก สปอย แบบนัชบ้าง สุดท้ายแล้วลูกเขาจะมีวัฒนาการปกติหรือเปล่าค่ะ  ยังกังวลใจว่าเขาจะคลานได้หรือเปล่า เป็นลูกเทวดาค่ะ ขาไม่เคยถึงพื้น แย่งกันอุ้มทั้งวันค่ะ
Back to Top
sagay View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 ม.ค. 2009
Location: Thailand
Posts: 1120
Post Options Post Options   Quote sagay Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 13 ธ.ค. 2010 at 10:39 Share
อ่านแล้วสนุกดีจังคะ.....ลูกคนแรกเราก้อฝากที่ รพ.ศิริราชเหมือนกันคะ  ไกลบ้านต้องออกจากบ้านเช้ามาก
แต่รู้สึกมั่นใจดีคะ   ตรวจครั้งแรกก้อไม่เป็นเบาหวาน ผ่านฉลุย  แต่พอตรวจ
ครั้งที่2กะ3  น้ำตาลขึ้นซะงั้น  ต้องไปเจาะเลือดอีก4หลอด  ทรมานคะ เพราะ
เจ็บแขนไปหมดเลย  เจาะเสร็จก้อไปทานข้าวได้ จำได้ว่า ไปนั่งอ้วกอยู่ที่ร้านข้าวเลย  
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 ธ.ค. 2010 at 14:15 Share
ยินดีด้วยนะคะ แล้วคลอดรึยังเอ่ย เอารูปมาฝากกันบ้างนะคะ
ที่จิงนัชอยากลงเรื่องเกี่ยวกับการฝันของพี่ที่ทำงานเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของพี่เขาอ่ะค่ะ แต่มันยาว ไว้มีเวลาจะเล่าให้ฟังนะคะ สนุกดี


Edited by naka - 19 ธ.ค. 2553 at 13:01
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 ธ.ค. 2010 at 13:10 Share
เอาหล่ะตอนนี้นัชจะคุยถึงตอนออกจากห้องผ่าตัดค่ะ นัชเข้าไปประมาณ 9.45 น. ออกมาประมาณเที่ยงค่ะ มารู้สึกตัวอีกที เขชาก็เอาออกมาห้องรอเข้าห้องผ่าตัดแล้ว เขาให้เอียงตัวเพื่อขึ้นเตียงอีกเตียง แล้วก็ลากไปที่ห้องพักหลังคบลอด รอห้องพิเศษ แม่กะน้องๆ ก็เข้ามาดูอาการ นัชยังไม่กล้ากินน้ำ เพราะเคยรู้มาว่า คนผ่าตัดเขาไม่ให้กินน้ำประมาณ 24 ชม. แต่พยาบาลให้จิบได้ค่ะ นัชเลยจิบไปครึ่งขวด โดนดุเลย (พวกพยาบาลนี่สงสัยเป็นยักษ์มาเกิด พูดกันดีๆ ก็ได้นี่เนอะ ใครจะไปรู้ เห็นว่าให้จิบได้ ก็นึกว่ากินได้ คิดว่าเขาให้จิบเพราะ กลัวกระเพาะเราไม่รับจากการที่อดข้าว อดน้ำมาครึ่งวันไง  ถ้ารู้เหตุผล ก็ไม่กินหรอก)
สักพักเขาก็เอาลูกมาให้ค่ะ ป้ายที่ข้อมือลูกบอกว่าตอนเกิดเขาหนัก 3450 กรัม แต่เรารู้สึกเขาตัวเล็ก แล้วก็น่าตาน่าเกลียดค่ะ 555+ นี่เหรอลูกของเรา ร้องเก่งจัง

นัชยังรู้สึกอืดๆ อยู่เลย อุ้มลูกไม่ถนัด อืดทั้งยา อืดทั้งน้ำหนักอ่ะค่ะ หึๆๆๆ ก้อยากจะให้นมลูก เขาก็ดูดไม่ถนัดมั้ง เพราะเรานอนอยู่ อุ้มก็ไม่ได้ติดเข็มที่มือ เลยให้แม่อุ้มไว้ก่อน แล้วก็พยายามลุกเพื่อจะให้นมลูกก็ไม่ถนัดอีก แม่เลยเอาน้ำหยอดให้ลูกกินไปก่อน โห มันเจ็บเหมือนแผลมันจะกองไปรวมกันน่ะคะ พอลุกก็เลือดไหลเยอะแยะเลยค่ะ (เขาว่าน้ำคาวปลา เป็นอย่างนี้นี่เอง)พยาบาลเขาให้เราให้นมลูกให้เป็นก่อน ยังไม่ยอมให้เขาห้องพิเศษ  เขาก็มาสอนค่ะ จับลูกให้ถนัดในท่านอน ลูกก็ดูดนะคะ ไม่รุ้ว่ามีน้ำนมหรือเปล่า  เพราะเคยได้ยินมาว่า คนผ่าคลอดน้ำยังจะมาช้า เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ร่างกายสร้างน้ำนม แต่ก็โอเค เขาดูดเป็นแล้ว แต่ร้องสักส่วนใหญ่ เจํบแผลค่ะ ไม่อยากขยับเลยค่ะ เขายังสวนปัสสาวะให้อยู่ก็โอเคนะคะ แล้วก็ให้น้ำเกลือแทนอาหารค่ะ




Edited by naka - 19 ธ.ค. 2553 at 14:37
Back to Top
orlinee View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 02 ก.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 494
Post Options Post Options   Quote orlinee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 ธ.ค. 2010 at 21:43 Share
มาตามอ่านด้วยค่ะ ขอนำไปศึกษาด้วยคนค่ะ

ยินดีด้วยนะคะ
Back to Top
mominam View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 ก.พ. 2009
Location: Thailand
Posts: 7670
Post Options Post Options   Quote mominam Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 ธ.ค. 2010 at 10:33 Share
ตามอ่านด้วยคนค่ะBig smile
โบนัสครับ
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 ธ.ค. 2010 at 13:43 Share
ประมาณ 6 โมงเย็นเขาก็ให้เข้าห้องพิเศษค่ะ เขายังให้ยาแก้ปวดอยู่เป็นขวดค่ะ ถ้าได้ยินไม่ผิด เขาว่าเป็นมอร์ฟีนค่ะ ประมาณ 2 วันพยาบาลก็บอกให้ซื้อพาสเตอร์กันน้ำเปลี่ยน เบิกไม่ได้เป็นเป็นวัสดุนอกบัญชี ก็ซื้อมาแผ่นละ 150 บาทค่ะ จะได้อาบน้ำได้หลังจากเช็ดตัวอย่างเดียวมา 2 วัน พยาบาลเขามาติดให้ค่ะ ตอนลอกผ้าปิดแผลของเก่าออกนะ ก็ไม่เจ็บเท่าไร พอผ่านไปหลายชั่วโมงมันเจํบค่ะ นึกว่าเจ็บแผลที่ผ่าค่ะ ปรากฏว่าไม่ใช่หรอกค่ะ เจ็บแผลที่ถลอกจากการลอกผ้าปิดแผลน่ะค่ะ พยาบาลเขาบอกว่าส่วนมากคนจะแพ้เขาก็ให้ ยามา1 ตลับเล็กให้ทาบางๆ บริเวณที่เป็นแผลค่ะก็ช่วยได้ค่ะ แต่ยังเจ็บอยู่เป็นเดือนค่ะ (ไม่น่าเชื่อ แค่แผลถลอกจะเจ็บได้ขนาดนี้) แล้วก็เจ็บภายในท้องตั้งแต่ใต้สะดือลงไปถึงแผลที่หมอเย็บไว้ ก็แปลกใจ พอดีพี่ที่เขาเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลอื่นเขามาเยี่ยม เขาเลยบอกว่า ที่จิงการผ่าคลอดนั้น แผลนอกถึงจะขวางแต่ข้างในเขาจะผ่าเป็นตัว T กลับหัว แล้วก็เย็บประมาณ 7 ชั้น (แต่หมอบอกว่า 3 ชั้นเองนะ) เขาบอกว่าประมาณเดือนครึ่งแผลจะหายดี ใช่ค่ะ แผลข้างนอกนะคะ นี่จะ 3 เดือนแล้ว ข้างในยังเจ็บอยู่เลย

* คนเขาบอกว่าไม่ให้กินข้าวเหนียว เราก็กิน เพราะเห็นว่าคนอีสานเขากินกันทุกวันไม่เห็นเป็นไรเลย(แต่แฟนทำหน้าขรึมๆ แล้วบอกว่า อืม แต่เขากินทุกวันคงมีภูมิคุ้มกัน... นั่นจิทำไมเพิ่งคิดได้วะเรา) หรือเพราะเหตุนี้ทำให้ยังเจ็บแผลอยู่ เพราะเขาว่า ข้าวเหนียวจะทำให้แผลเยิ้ม (ฮือๆๆๆ รึเปล่า)

ลูกร้องเก่งมากค่ะ น่าจะโดน โคลิก เล่นงานแล้วเรา นัชก็พยายามให้นมลูกนะคะ แต่ดูเขากินไม่ค่อยถนัด พอหานมไม่เจอก็ร้อง สักพักก็ตั้งหลักใหม่ เวลาเขาพยายามเขาจะยกแขนข้างที่เป็นอิสระออก ประมาณว่าเป็นเรดาห์น่ะค่ะ ถามคนอื่นดูถ้าลูกจะดูดนมเขาจะพยายามงุดๆๆ หา แต่ลูกนัชไม่ค่ะ หาไม่เจอก็ร้อง เราก็พยายามช่วยนะคะ แต่มันต้องประสานกันทั้ง 2 ฝ่าย สงสารเขามากเลยค่ะ แล้วเขาจะกินๆ หยุดๆ อุ้มจนเมื่อย ไม่ได้หลับได้นอนกันเลยค่ะ น้ำนมอาจจะยังมาไม่พอมั้งค่ะ พยาบาลเขาก็เข้ามาถามอยู่เรื่อย พอเราบอกว่ามาน้อย เขาก็บีบให้ค่ะ บีบจนเจ็บไปหมดค่ะ พอให้นมลูกแฟนนัชก็ช่วยเค้นค่ะ เจ็บระบมมากค่ะ ยิ่งตอนเขาดูดก่อนน้ำนมจะมา เจ็บมากๆ เจ็บจนขนลุกเวลาที่ต้องรู้ว่าจะต้องให้นมเขาแล้วอ่ะคะ เวลาเขาหลับนัชจะไม่ให้ใครปลุกเลยค่ะ คือบางคนมาเยื่ยมก็อยากจะเห็นหน้าเขาก็พยายามจะเปิดผ้าห่มดู หรือพยายามจะจับเขานอนท่านั้นท่านี้ นัชต้องรีบห้ามค่ะ อย่าาาาาาาาาาาาเชียว เด๋วลูกตื่นนนนน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เวลานัชให้นมเขานัชจะร้องเพลงไปด้วยค่ะ กล่อมทั้งเขากล่อมทั้งตัวเองเพราะมันนานค่ะ ไม่รู้จะทำอะไร จะร้องอยู่ตลอด ที่บ่อยสุดก็เพลงอิ่มอุ่นค่ะ เพราะเปิดให้เขาฟังตั้งแต่อยู่ในท้อง ไม่รู้เขาจะจำได้หรือเปล่า
วันๆหนึ่งไม่ค่อยได้นอนหรอกค่ะ เพราะลูกกวนตลอด แล้วนัชก็ลุกๆ นอนๆ ไม่ถนัดด้วย เพราะยังเจ็บแผลมาก ลุกแล้วไม่กล้านอน นอนแล้วไม่อยากลุกเลยค่ะ  เวลาจะลุก หันแล้วหันอีก พลิกแล้วพลิกอีก หาท่ามันน่ะค่ะ บางทีพลิกรอบแล้วก็ลุกไม่ได้ มันเจ็บแผลมาก แม่บอกว่าให้นอนให้ลูกกินนม ก็ลองหมดทุกท่าแล้วค่ะ แต่ไม่ถนัด คือลูกนัชเขาไม่ยอมช่วยตัวเองน่ะค่ะ พอหานมไม่เจอก็ ใช้เสียงอย่างเดียวเลย พอดีเพื่อนที่ทำงานแฟนเขามาเยี่ยม เป็นประเภทพวกมีประสบการณ์ทุกคนเลยค่ะ นัชเลยฝากเขาดูลูก แล้วก็หลับไปที่โซฟาค่ะ (ค่อยยังช่วย)  พวกเขาซื้อนมผงแล้วก็ขวดนมมาด้วยค่ะ ก็อุ้มกันให้ดูดนมจากขวด ดูแล้วง่ายดี แต่นัชตั้งปณิธานไว้ว่าจะให้ลูกกินนมตัวเองให้นานที่สุด ก็พยายามให้นมตัวเองค่ะ แต่เอาไม่ค่อยอยู่ ต้องแอบให้กินน้ำบ้าง กินนมชงบ้าง บางทีต้องเยาะนมชม ผ่านนมตัวเอง เพื่อหลอกให้ลูกดูดค่ะ เหนื่อยและทรมานมาก คือมันเครียดที่เอาเขาไม่อยู่ และเพลียที่อดนอนด้วยค่ะ  นัชจะให้ลูกนอนบนเตียงกะตัวเอง เขานอนกินที่มาก คือกางแขนซะสุดเลย เราเลยนอนเบียดๆ ขอบเตียง ดีที่เตียงมีที่กั้น บางคืนแฟนนัชเขาเอาลูกไปช่วยดูให้ ตี 3 ตี 4 เขาก็ยังไม่ได้นอนเลยค่ะ แล้วเขาเป็นคนนอนดิ้นด้วย เวลากกลูกเขาต้องระวัง ดังนั้นเขาจึงนอนไม่ค่อยหลับ พอลูกเริ่มหลับพยาบาลก็เข้ามาเปิดไฟ ได้เวลาตรวจไข้ ทั้งคุรแม่คุรลูกแล้วค่ะ อิอิ แฟนงี้ เซ็งไปเลย


นัชอยู่ร.พ.ตั้งแต่วันรอคลอดจนถึงวันออก รวม 9 วันค่ะ เพราะรอหมอตรวจหลังคลอดครบ 7 วันก่อน ช่วงวันที่ 4-5 มีอาการเจ็บเพิ่มขึ้นคือ เวลาปัสสาวะจะเจ็บร้าวภายในช่องท้อง ถึงช่องคลอดเลยค่ะ ยิ่งเวลาปวดแล้วเดินยังไม่ถึงห้องน้ำ มันปวดจนต้องหยุดเดินเลยค่ะ (อาการคล้ายๆกับปวดอึอย่างแรง แต่ปวดมากกว่าค่ะ)


Edited by naka - 19 ม.ค. 2554 at 10:55
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 ธ.ค. 2010 at 16:44 Share
มีวันนึง พยาบาลตรวจลูกบอกเขามีไข้ต่ำๆ ให้คุรแม่เช็ดตัวให้เขา ถ้ามาตรวจอีกครั้งยังมีไข้อีก คุรหมอจะให้ลูกนอน ร.พ.อีก 7 วันค่ะ ก็เลยปิดแอร์ เปิดประตูระเบียงรับลมแทน แล้วก็เช็ดตัวให้เขา 2 ครั้งก่อนถึงเวลาตรวจอีกทีค่ะ ปรากฏว่าเขาปกติแล้ว เย้!!!!!!!!!!!!!!!!! รอดไปนะลูกรัก

อีกครั้งเขาเอาเลือดลูก(มั้งค่ะ)ไปตรวจ บอกว่าเกือบเหลืองค่ะ คือถ้าเหลืองต้องเอาเข้าตู้อบ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานบอกว่าไม่ดีค่ะ เพราะจะทำให้เด็กสายตาเสีย เขาเคยบอกไว้ว่าให้เอาน้ำให้ลูกกิน เพราะที่เขาตัวเหลืองเพราะขาดน้ำค่ะ เพราะตอนแรกน้ำนมยังมาไม่ดีไงค่ะ ไปเชื่อหมอมากก็ไม่ได้ค่ะ ลองหมออดข้าวสัก 2-3วันดูซิจะเพลียมะ  เอาให้ลูกกินไปเลยค่ะ นมก็เหมือนกัน เขาไม่ตายหรอก แต่ไม่ให้เขากินซิค่ะ อาจจะตายได้ ใครไม่สงสารลูกก็เชื่อหมอแล้วกันนะคะ แต่ระวังอย่าให้เขาติดขวดนมมากกว่าเต้าเราก็แล้วกันคะ นัชเองตอนนั้นก็เชื่อหมอค่ะ ทำให้ลูกผอม แล้วก็เกือบเหลืองไงค่ะ แต่ที่รอดมาได้สงสัยว่าเป็นเพราะเราแอบให้เขากินน้ำกะนมชงบางครั้ง

ตอนอยู่ ร.พ.จำไม่ได้ว่าวันที่เท่าไร เขาเรียกให้เอาลูกไปปลูกฝีค่ะ ก็อุ้มลูกออกไป เจอน้องๆ เพื่อนๆที่ผ่าคลอดเหมือนกัน ทักทายกัน เรารีบเอาลูกเข้าไปเป็นคนแรก เด๋วลูกคนอื่นร้อง คุรแม่จะใจเสาะไม่ให้ลูกปลูกฝี พอเอาเขาห้อง พยาบาลเขาก็ไล่ออกมาค่ะ เสร็จแล้วเขาอุ้มออกมาให้

ก่อนออกจากร.พ.ยังเจ็บแผลอยู่เขาเลยให้ยาแก้ปวดอีกขวด(ที่น่าจะเป็นมอร์ฟีน) ปรากฏว่าเข็มมันคงเคลื่อนยาไม่เข้าเส้น เข้าผิวหนังแทนทำให้มือบวม พยาบาลเขามาเห็นก็ตกใจ ว่าทำไมไม่บอก(ใครจะไปรู้หล่ะ) ทำไมคุรแม่ทนอยู่ได้ (ก็ไม่รุ้นั่นซิ รู้จะทนเหรอ) เขาก็ปลอบใจว่า วัน 2วันก็จะยุบแต่ถ้าไม่ยุบให้กลับไป ร.พ.(อ้าว ซวยเลยตู)

มันก็ตึงอย่างเขาว่าค่ะ แต่ไม่ค่อยปวด วันแรกกำมือไม่ได้ทำอะไรไม่ถนัดเลย นึกว่าซวยจิงๆเลยเราCry

น้องปายแรกๆ ไม่กินน้ำเลยนะคะ ต้องมาฝึกกันใหม่ และเขาแหวะนมชงด้วย กินแต่นมแม่อย่างเดียว แต่แม่ไม่ค่อยมีนมหรอกค่ะ อุ้มให้นมก็ไม่ไหว (เป็นแม่ที่แย่จิงๆนะคะ ความอดทนน้อยจัง) ก็น้องปายเล่นกินทีละชั่วโมง 2 ชั่วโมง ไม่อิ่ม คือเขาจะกินๆ หลับๆ ซึ่งคนอื่นเขาก็บอกว่าเป็นปกติของเด็กค่ะ (ก็คุรแม่มือใหม่ไม่ชินนี่หน่า) เลยพยายามปั๊มเอาค่ะ แต่ออกน้อยแล้วก็เจ็บด้วยค่ะ 2-4 ชั่วโมงได้ 2ออนซ์เอง มีอยู่วันหนึ่งไปธุระ ไม่ได้ปั๊มทั้งวันเลยปรากฏว่าคัดมาก ปั๊มไม่ออกด้วย เจ็บม๊ากกกกกกกก ทำไงดี คิดถึงลูกค่ะ เลยให้เขาดูด ก็เลยดีขึ้น 

แรกๆ ก็ขยันปั๊มนะคะ อยากให้เขากินนมเราเยอะๆ แต่วันนึงก็ได้แค่ 4-6 ออนซ์แท่านั้นเอง
น้องปายเป็นเด็กที่บิดตัวเก่งมาก คือบิดซะอุ้มไม่อยู่เลยค่ะ คนเก่าๆ เขาบอกว่า บิดเรียกเนื้อ

นี่เป็นท่าสุดท้ายหลังจากที่บิดแล้วบิดอีกค่ะเขาจะหลับไปด้วยท่านี้ แต่หลังๆ เป็นท่ากางแขนแผ่หลาค่ะ
และน้องปายชอบทำหน้าผากย่น แต่เล็กแต่น้อย คงติดมาจากคุรพ่อ เพราะคุรแม่ไม่เคยทำ และทำคิ้วย่นแทบตลอด อันนี้คุรแม่ทำบ้าง แต่คุรพ่อทำบ่อยกว่า





Edited by naka - 31 ธ.ค. 2553 at 13:22
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 ธ.ค. 2010 at 17:17 Share

น้องปายในช่วงเดือนแรกค่ะ หนักประมาณ 3100 กรัมแต่ดูตัวเล็ก และตัวแดงมากกเลยค่ะ

พอจะเข้าเดือนที่ 2 แม่แฟนเขาถามว่าจะเอาคนช่วยเลี้ยงลูกไหม นัชก็เลยเอาค่ะ ทีแรกคิดจะเลี้ยงลูกเอง 3 เดือน แต่ก็แหม เป็นแม่ที่แย่มาก ไงค่ะ ความอดทนน้อย พี่เลี้ยงคนนี้เป็น น้องสะไภ้แม่ค่ะ เขารักเด็กดี และเป็นคนขยันด้วย รู้สึกดีที่ได้น้าเขามาช่วยเลี้ยงลูก

 แรกๆลูกกินนมผง ซิมิแลค สูตร 1 ค่ะ พอหมดเลยซื้อสูตร 2 ให้เขากิน เพราะเพิ่มสารอาหารมากขึ้น ปรากฏว่ากินนมเสร็จอึทุกทีเลยค่ะ แฟนกะแม่เขาก็เลยถามเราบ่อยๆ ว่าเราไปกินอะไรมา(หาว่าเรากินอะไรไม่ระวัง ทำให้ลูกท้องเสีย เพราะกินนมเราอ่ะค่ะ ) เลยต้องกลับไปกินสูตร 1 เหมือนเดิม หมดแล้วลองสูตร 2 อีกทีปรากฏว่าไม่เป็นไรแล้ว หลังๆลูกแหวะนมชงบ่อยมาก จนแม่แฟนเขาให้เปลี่ยนนม แต่เราขอผสมน้ำผึ้งก่อน ปรากฏว่าเขากินค่ะ ที่แท้เป็นเพราะนมไม่อร่อยนี่เอง พอหมดเลยเปลี่ยนจาก ซิมิแลคเป็น แอนฟาแลคค่ะ ปรากฏว่ากล่องที่ 2 ก็แหวะอีก ต้องผสมน้ำผื้งให้กินอีก พอหมดเลยเปลี่ยนเป็น S-26 ทีนี้แหล่ะค่ะ เขาท้องผูกค่ะ อึแข็งเชียวออกมาเป็นก้อนๆ จนน้า Baby sister เขาต้องคั้นน้ำส้มให้กิน ก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นค่ะ ลูกนี่เบ่งอึหน้าแดงเลย เลยลองลดนมดู คือจากที่ชง 2 ช้อนก็เหลือ 1 ช้อน ก็รู้สึกเขาผอมลง ตอนนี้เปลี่ยนเป็น แลคโตเย่นค่ะ เพราะพี่ที่ทำงานเขาแนะนำ ว่าเขาให้ลูกกินแบบนี้ แล้วตัวล่ำบึกก็ปรากฏว่าเขาอ้วนขึ้นค่ะ อึไม่แข็งด้วย ตอนนี้เขาใกล้ 3 เดือนแล้ว อ้อนน้อยลง คุรพ่อได้นอนเต็มอิ่มขึ้น แต่นัชยังนอนเท่าเวลาเดิม เพราะเที่ยงคืน ตี 2 ตี 4 และ6โมงเช้าเขาจะร้อง เพราะฉี่ หรือบางทีเราตื่นเองก็คลำผ้าอ้อมแล้วคอยเปลี่ยให้เขาอ่ะคะ พอตื่นแล้วก็นอนยากค่ะ ยิ่งช่วง ตี 2 จะไม่หลับค่ะ จะหลับอีกที ตี4 ตี 5 ค่ะ แต่ก็ได้นอนช่วงเช้าหรือกลางวันเพราะมีน้าช่วยเลี้ยงไงค่ะ นัชยังเจ็บแผลอยู่ค่ะ ตอนอุ้มแล้วเขาดิ้น ถีบมาโดนท้อง หรือตอนที่นั่งให้นมเขาตอนกลางคืนบนเตียง ตัวมันงอไงค่ะ พอพับขามากๆ ลุกจะเดินก็ตึงไปหมดเลยค่ะ เหมือนคนอ้วนเลย(ที่จิงก็อ้วนนั่นแหละ)
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 ธ.ค. 2010 at 17:34 Share
พ.29 ก.ย.-ศ.1ต.ค.53
-วันแรกลูกหลับยาว ไม่ค่อยกินนม เขาให้ปลุกทุก 2 ชม. พยาบาลมาตรวจวัดไข้ และความดันทั้งแม่และลูกเป็นระยะ
-เพื่อนที่ทำงานแฟนมาเยี่ยม เอานมชงมาให้ เลยฝากดูลูกซะเลย แล้วก็หลับยาวที่โซฟา
-น้ำนมยังออกไม่ค่อยดี ลูกเริ่มกินเก่งขึ้น กินยาวและงอแง อาจเพราะน้ำนมไม่มี อุ้มกินจนเมื่อยมือ เจ็บหน้าอกมาก
-คืนแรกดันปลุกลูกกินนมตอน 4 ทุ่ม ตามที่พยาบาลแนะนำ ปรากฏว่าเอานอนไม่ได้เลย เพราะลูกอาจกินไม่อิ่ม พ่อเอาไปช่วยดู เกือบตี 3 กว่า ๆ ลูกจะยอมนอน Deadสักพักพยาบาลมาตรวจอีก เฮ้อ!! กว่าจะเอานอนได้ คุณพ่องี้ เซ็งไปเลย
-ซี้อหวย 62 63 632 362 รวมได้ พันถ้วน แต่หวยออก 372 Cry
-พยาบาลมาอาบน้ำให้ลูก แต่ลิ่มเลือดที่หัว ยังออกไม่หมด
-เช้าพยาบาลตรวจเสร็จ บอกลูกมีไข้อ่อน ให้เช็ดตัวให้ลูก 4 โมงเช้าจะตรวจอีกที ถ้ายังมีไข้อยู่ลูกจะต้องนอน ร.พ.อีก 7 วัน ปรากฏว่ามีไข้ต่ำๆ ก็รอดไป
-เขาตรวจว่าลูกตัวเหลืองไหม ถ้าเหลืองต้องเข้าตู้อบ ปรากฏว่าเกือบเหลือง ก็รอดไปเองSleepy
-น้ำหนักลูกลดลงวันลุ 100 กรัม เขาว่าปกติ



น้องปายหลังคลอดใหม่ๆ ไม่กี่วัน

ศ.1 ต.ค.53
-เขาให้พาลูกไปปลูกฝี ประมาณ 1-2 เดือนอาจมีตุ่มหนองขึ้น ให้เอาน้ำสะอาจเช็ด ห้ามใช้ยาเพราะยาจะฆ่าเชื้อ ทำให้ฝีไม่ขึ้น ต้องปลูกใหม่

ส.2 ต.ค. 53
-เปลี่ยนผ้าพันแผลเป็นแบบกันน้ำ รู้สึกไม่ค่อยกระชับ เจ็บแผลมากกว่าทุกวัน
-เท้าบวมมาก ปวดขาเวลาเดิน พี่สาวกะแฟนมาถึงตอนกลางคืน แซวเรื่องขา เชอะPinch

อา.3 - อ.5 ต.ค. 53
-เจ็บแผลมาขึ้น ไม่รู้ว่าเจ็บแผลผ่าตัดหรือแผลจากผ้าปิดแผลตัวเก่า เพราะตอนแกะออกเป็นแผลด้วย(พยาบาลก็บอกว่า ส่วนมากคนไข้จะแพ้) เวลาเดินจะเจ็บ ทำให้ไม่ค่อยอยากก้าวขา
-เวลาฉี่จะปวดร้าวเหมือนปวดอึอย่างแรงด้วย แล้วก็แสบร้าวภายในช่องท้อง ถึงช่องคลอด
-พอบอกหมอก็เลยได้ ยาแก้อักเสบ 1 ขวดเล็ก ทางน้ำเกลือ เวลาเดินยาจะปวด
จ.4 ต.ค.ขอหมอนวดฝ่าเท้า ก็ได้นวดเร็ว หมอนวดไม่ค่อยอยากนวดให้ เขาว่ามันจะกระเทือนแผล แต่เขาก็นวดแบบไม่กดจุด ขาหายบวม ค่อยสบายหน่อย
อ.5 ต.ค หมอให้ยาแก้อักเสบอีกขวดก่อนกลับ ปรากฏว่ามือบวม พยาบาลบอกยาไม่เข้าเส้น ซวยเลยตู ดีนะไม่ปวด แต่ก็ทำอะไรไม่ถนัด
-กลับถึงบ้าน พ่อจุดธูปไหว้พระ ไหว้เจ้าที่ บอกกล่าวว่าตอนไปนี้น้องปายจะมาเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่จ้า
-ลูกกินเก่งมาก พอง่วงจะนอน น้องร้องอีกแล้ว ลุกแต่ละครั้งปวดแผล เดินไม่ค่อยถนัด
-คืนนี้ลูกกวนมาก กินนม 2 เต้าแล้วยังไม่อิ่ม เลยรู้สึกเบลอๆ
-วันนี้นอนเปิดแอร์ปกติ ปรากฏว่าตอนตื่นมาดูลูก เราสั่นแหง็กๆๆ เกือบตาย กว่าจะเรียกแฟนให้ปิดแอร์ และห่มผ้าห่มให้อีกชั้น เปิดพัดลมแทน ตื่นมาอีกทีเหงื่อออก เลยไปเช็ดตัว ลูกกวนตั้งแต่ ตี4- ตี5

พ.6 ต.ค53
-ย่าอาบน้ำให้หลาน สะอาดเอี่ยมอ่อง แต่หนาวสั่นไปเลย เล่นอาบน้ำเย็นธรรมดานี่ (แรงไปมะเนี่ย สงสารลูกจัง)
-ช่วงสายย่าตามลุงอะไรก้อไม่รู้ มาเป่าแก้ลูกไฟให้เรากะลูก จะได้ไม่เป็น กะเป่าแก้ซาง (เป็นอย่างไงก็ไม่รู้จัก) เรียกค่ายกครูไป 100 บาท
-โทรถามพี่ที่ทำงานเรื่องที่เราสั่นเมื่อคืน เขาบอกว่าเป็นเพราะเรา ไม่ยอมอยู่ไฟ ทั้งยังเปิดแอร์นอนตลอดตั้งแต่อยู่ ร.พ. เขาบอกว่าที่ ร.พ.เขาเห็น เท้าลูกเย็นจนม่วง เขาถึงคอยห่มผ้าให้หลานแต่เราก็ชอบเอาออกเพราะคิดว่าลูกจะร้อนเหมือนเรา


ศ.8 ต.ค.53
-เริ่มกินเจวันแรกจ้า
-วันนี้สะดือลูกหลุดแล้ว หลังจากแม่(ย่า)อาบน้ำให้หลาน แล้วแม่เก็บไป เห็นว่าเอาไปห่อแล้วฝังไว้ใกล้ๆโอ่งน้ำ จะได้เย็นๆ

จ.18-พฤ.21ต.ค.53
-แฟนไปสัมมนา เราเลยกลับมานอนกะแม่
-วันแรกขึ้นๆ ลงๆบ่อยทำให้ปวดแผล วันต่อไปเลยอยู่แต่ข้างบน ลงมาแค่กินข้าว ได้แม่ช่วยอุ้มลูกบ้างเลยได้หลับสบาย
-อยู่นี่ไม่ได้อาบน้ำให้ลูกเลยเช็ดตัวอย่างเดียว
-เช้าก็ลงมาซักผ้าอ้อมตากก่อน  กลางคืนนอนให้ใส่ แพมเพอร์ส

พ.27ต.ค.53
-ช่วงกลางวันลูกยิ้ม และหัวเราะเป็นครั้งแรก
-ช่วงก่อนเปลี่ยนนมเป็นสูตร 2 ปรากฏว่ากินเสร็จแล้วอึ ทุกครั้ง โดนว่าอีกแล้วเราCry  พอหมดเลยเปลี่ยนเป็นสูตรเดิม ก็เลยถ่ายปกติ

ศ.29 ต.ค.53
-2คืนมาแล้วที่ลูกไม่นอนตอนกลางคืน แทบตาย
-เมื่อวานน้องปายครบ 1 เดือน
-วันนี้แม่เตรียมใบเผือก ใบมะยม หญ้าแพรก เพื่อโกนผมไฟให้ลูก โกนผมแล้ว ก็โกนคิ้วด้วย แล้วแม่ก็ให้คุรแม่เอาก้านพลู มาให้เขียนคิ้ว 3 ก้าน ให้เขียนข้างละ 3 ก้านเลย รู้สึกจะเขียนเบี้ยวไปนิดๆ ก็ลูกไม่ยอมอยู่นิ่งๆ นี่หน่า
-แล้วแม่ก็เอาผมและใบมะยม 3 ยอด หญ้าแพรก 9 ยอด ที่เก็บมารวมไว้ห่อด้วยใบเผือก(ใช้ใบบัว หรือใบบอนก็ได้) ไปไว้ใต้โอ่งน้ำ แต่โอ่งมันหนักมาก ก็เลยไปหาเสียบไว้ที่กิ่งมะยมแทน
-มีใบทับทิม 3 ยอม มาลูบปากลูก จากซ้ายไปขวา
-แล้วก็อาบน้ำ สระผมให้ใหม่ จากนั้นก็เอาใบตำลึงผสมกะหัวหอม ตำให้แหลกใส่เหล้าขาว(พอมึนเมา55+)ทาหัวให้ลูกจะได้แข็งแรง แก้พิษไข้(ประมาณนั้น)
-เวลาแม่อาบน้ำให้หลานแม่จะขัดตามข้อพับ เอาขี้ไคล และหนังที่ดำๆ ออก ก็ได้ผลนะ เพราะสังเกตุของแฟน รักแร้ขาวกว่าของเราอีก (พอกลับมาว่าแม่ตัวเอง แม่กลับเถียงข้างๆ คูๆ ว่า แล้วแกจะไปชูรักแร้ให้ใครดู Confused)
-เมื่ออาบน้ำเสร็จก็มาดัดขา ดัดแขน ดัดหู บีบหัวนม แม่บอกว่าให้บีบที่ฐานนม ที่แข็งๆ ไม่ใช่บีบที่หัวนม เออแฮะ มีน้ำนมออกจิงด้วย


อ่ะอ้า แล้วหนูก็กลายเป็นเจ้าเณรน้อยBig smileBig smileBig smileLOLLOLLOLLOLLOLLOL

ส.30 ต.ค.53
-ยายกะอาทำขวัญหลานมา 2 หมื่นบาท (ตอนแรกว่าจะซื้อทองให้แต่เราไม่เอา) ว่าจะไปซื้อสลากออมสินใว้ให้ลูก

พฤ.4 พ.ย.53
-ลูกยังกวนอยู่ทุกเมื่อเชื่อคืน วันนี้แม่ลองป้อนกล้วยน้ำว้า ครึ่งลูก และอึ ออกมามากมาย 2 กองใหญ่ๆ
วันนี้ลูกตด และเรอดังมาก

อา.7 พ.ย.53
-กลางคืนแม่บอกให้ซื้อนมเปลี่ยน เพราะสังเกตุว่าลูกปลิ้นนมทิ้งเยอะมาก แต่นมเก่ายังเหลืออีกเยอะ เราเลยเสนอให้ผสมน้ำผิ้ง  ปรากฏว่าผสมเยอะไป ลูกไม่กินนมเรา เลยต้องลดน้ำผึ้งลงมา และเวลากินต้องให้กินนมเราก่อน


Edited by naka - 17 ม.ค. 2554 at 09:29
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 ธ.ค. 2010 at 14:55 Share
พ.10 พ.ย.53 ไปธุระข้างนอกมาทั้งวัน  ทำให้ไม่ได้ปั้มนม คัดมาก พอกลับมาพยายามปั๊ม ปั๊มอย่างไงก็ไม่ออก  เจ็บมาก  เลยอุ้มลูกให้เขากินจากเต้า ก็เลยดีขึ้น

ส.13 พ.ย.53
-นมเก่า (ซิมิแลค) หมดพอดี  เลยซื้อ เอนฟาแลค ปรากฏว่ากินดี ไม่โยเย

จ.15 พ.ย.53
-ด้วยเพราะปั๊มให้เขากินตลอด วันนี้คัดนมมาก ปั้มไม่ทัน แอบหลับทั้งวัน เลยพยายามให้เขากินเต้า เค้ากินไม่ถนัดก็ร้อง และแกล้งหลับ กะให้เราเอานมขวดให้กิน พอไม่ให้กิน ก็ร้องอีก เป็นอย่างนี้อยู่หลายรอบ จนหลับไปจิงๆ  ตื่นขึ้นมาก็ลอกอีก บังคับให้เขาดูด พอดูดก็ทำเหมือนสำลัก จะอ้วก ก็บังคับอีก จนลูกร้อง แหวะ!!!!!!!!!ConfusedDead แม่เซ็งเลย

เวลาหนูโยเย อย่าให้แม่ said เลยลูก ร่ำๆ จะเอาไปทิ้งหลายรอบแล้ว 555+ พอพูดอย่างนี้ทีไร พ่อก็จะเตะแม่ทุกที LOL


พฤ.18 พ.ย. 53
-เพราะลูกกวนมาก ถึงมากที่สุด โบราณเขาให้ยกให้คนอื่นใช่มะ วันนี้เลยยกให้น้าจุก(พี่เลี้ยงเขานั่นแหล่ะ) ด้วยเหตุว่า น้าจุกเป็นคนรักเด็ก เวลาเลี้ยงเด็ก ดูแกจะสบายๆ และลูกแกก็ กตัญญูทุกคน ในเวลา 9.19 น.  แต่ขอบอก ช่วยอะไรไม่ได้หรอก น้องปายยังอ้อนไม่เลิกเหมือนเดิม





Edited by naka - 25 ธ.ค. 2553 at 15:42
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 ธ.ค. 2010 at 15:06 Share
ส.20 พ.ย.53
-ตกลงลูกไม่ยอมกินนมแม่จิงๆ เลยเริ่มปล่อยนม เพราะปั้มไม่ไหว ไม่ได้นอน ทำให้นมคัดไม่อยากโดน ดูในเน็ต เขาบอกว่าให้กินยาแก้ปวด ก็เลยดีขึ้น  แต่ก็ยังปวดอยู่เป็นระยะ ต้องกินยาเรื่อยๆ พี่ที่ทำงานให้ใช้ยาหม่องทา ก็ช่วยได้เยอะนะ


พ.24 พ.ย.53 ลูกเริ่มคายนมทิ้งอีแล้ว เลยต้องผสมน้ำผิ้งอีก ช่วงนี้น้องสปายยังตื่นและหลับเป็นเวลาเหมือนเดิม คือ เที่ยงคืน ตี2 ตี4 และ6โมงเช้า ตื่นเพราะฉี่ พอคุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อม และให้กินนมแล้วก็หลับง่าย


อา 28 พ.ย.53  สปายครบ 2 เดือนแล้ว คุณแม่เจ็บแผลในท้องมากขึ้น  ตาคุณแม่ก็เจ็บด้วย จะเป็นกุ้งยิงหรือเปล่าไม่รู้ ก็คุณแม่มักจะคันตา แล้วก็ขยี้จนตาช้ำไปทุกที วันนี้ช่วงหัวค่ำ ลูกงอแง กินนมเยอะ แต่ก็แหวะนมเยอะด้วย กว่าจะหลับได้เล่นเอาแม่แย่เลย


จ.29 พ.ย. - ศ.3ธ.ค. 53
เปลี่ยนนมเป็น S26 แล้ว แต่ย่าเพิ่มกล้วยให้หนู หนูกินไม่ไหว เลยต้องลดมาเท่าเดิม แล้วหนูก็อึแข็งขึ้นด้วย  แม่เลยลดนมให้หนูครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ช่วยอะไรเลย



พ.8 ธ.ค. 53 แม่กะพ่อพาลูกไปฉีดวัคซีน ปรากฏว่าตอนเที่ยง บริเวณที่หนูโดนฉีดยาบวม หนูเลยร้องงอแงใหญ่เลย ย่าเอาผ้าชุบน้ำอุ่นจะมาโปะให้ แต่หนูคงเจ็บ ร้องลั่น ขาสั่นดิ๊กๆ เลย แม่เห็นแล้วสงสารหนูจัง เลยป้อนยาน้ำพาราให้หนู ทุก 4 ชั่วโมง
-6โมงเย็น พ่อกลับมาเลยเอาข้าอุ่นๆ มาคลึงให้ ร่วมครึ่งชั่วโมง ลูกดีขึ้น เริ่มเล่นได้ ยิ้มได้ ตีขาตีแขนได้
-2 ทุ่ม ป้อนยาหนูอีกรอบ ก็เหมือนปกติแล้ว
-เมื่อคืนลูกอึมาก้อนเล็กๆ ก้อนเดียว  น้าพี่เลี้ยงหนูเลยคั้นน้ำส้มป้อน คืนนี้หนูเลยอึอีกที แต่ก็ถือว่าแข็งนะ



พ.15 ธ.ค. 53 วันนี้ลูกอึดีขึ้น ย่าบอกหนูโชว์คว่ำครั้งแรกประมาณเที่ยง แต่แม่ไม่เห็นหรอก เพราะหลับอยู่ เมื่อวานพี่ที่ทำงานแนะนำให้แม่ลอง แลคโตเย่นให้หนูกิน เพราะลูกเขากินแล้วล่ำมากเลย วันนี้หนูเลยได้ลองของใหม่
- ประมาณ 2 ทุ่มหนูโชว์คว่ำให้พ่อกะแม่ดูอีกรอบ แต่ใช้ความพยายามอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง สร้างความอืออาให้แก่พ่อกะแม่มาก แต่พอคว่ำได้ ก็ยกหัว ยกแขนไม่ขึ้น เอาหน้าถูกที่นอนจน น้ำลายแฉะที่นอนแม่หมดแล้ว ต้องจับหนูหงายขึ้น พอจับหงาย หนูก็พยายามจะคว่ำอีก จนอ้วกออกมา ต้องเปลี่ยนเสื้อ เลยต้องค้ำไว้ ไม่ให้หนูคว่ำแล้ว วันนี้งดโชว์
 


ส.17-อา.18 ธ.ค. 53 แม่สังเกตุว่าไหล่ลูกบริเวณที่ปลูกฝี เป็นหนอง นี่คงเป็นฝีจิงสังทีมั้ง หลังจากที่ขึ้นเป็นตุ่มเหมือนยุงกันขนาดใหญ่ ซึ่งตอนแรกแม่คิดว่าขึ้นฝีไปแล้ว ทำให้ลูกตัวรุ่มๆ


จ. 20 ธ.ค.53 แม่ป้อนยาน้ำซาร่า ปรากฏว่าหนูปลิ้นออกหมด เฮ้อ เลี้ยงยากแท้หนอ
-2 ทุ่ม หนูคว่ำโชว์อีกแล้ว 2 รอบ แต่ละรอบหน้าแดงเถือก น้ำลายงี้ ฟอดเลย แล้วก็ร้องไห้ใหญ่เชียว สงสัยจะเหนื่อยและกลัว(หายใจไม่ออก) เพราะยกหัวไม่ขึ้น และยังเอามือค้ำตัวยกไม่เป็น
-คืนนี้หนูนอนยากอีกแล้ว ที่จิงก็ยากทุกคืนนะ จะ 3 เดือนแล้ว มีไม่กี่คืนที่ ฟลุคได้นอนดีๆทั้งคืน กว่าหนูจะหลับได้เล่นเอาพ่อนั่งหลับ เพราะต้องลุกมาช่วยปลอบหนู เวลาร้องหนูจะร้องจนคนอุ้ม ถ้าหนูไม่ง่วง ต้องอุ้มให้หนูอยู่ในท่านั่ง แต่ถ้าง่วงต้องยกพาดไหล่ แต่ไม่ว่าท่าไหน หนูจะพยายามดูดคนอุ้มให้ได้ ดูดแล้วก็แถมน้ำลายเยิ้มๆให้ด้วย ฟอดใหญ่ๆ 555+





Edited by naka - 15 ม.ค. 2554 at 11:53
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 ธ.ค. 2010 at 15:26 Share
อ.21 4 โมงเย็น แม่ป้อนยาให้หนู แต่หนูอ้วกออกมาหมด พร้อมกับนมที่ทะลักออกมามากมาย ต้องจับอุ้มแล้วป้อนใหม่
- เลยจับอาบน้ำซะเลย หนูชอบเวลาที่ น้าจับสระผม แล้วก็เกาผมเบาๆ ให้หนู




พ. 22 ธ.ค. 53 วันนี้แม่จะเลี้ยงวันเกิดยายจ้า แม่พาหนูไปด้วย พอไม่ถึงหนูก็งอแงแลย แย่จังแม่ต้องอุ้มพาดไหล่ให้หนูหลับ ต้องอุ้มไปกินไป หึๆๆๆ  แต่แม่ก็สามารถ




พฤ.23 ธ.ค.53 ปจด. เริ่มมาเป็นเดือนที่ 2 แม่ปวดหัวจัง

ศ.24-ส.25 ธ.ค. 53 หนูตื่นมากวนตอน ตี 3 เกือบตี 4 จนถึงเช้าเลย พอหลับอีกทีทำให้เราตื่นสายทั้งคู่เลย แม่อ่ะไม่เท่าไหร่หรอก เด๋วก็แอบนอนกลางวันได้ แต่พ่อต้องไปทำงานนะจ๊ะ



เวลาอาบน้ำเสร็จ แม่ก็จะจับหนูมาชุบแป้งวอก 55+
 


Edited by naka - 17 ม.ค. 2554 at 09:29
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 ธ.ค. 2010 at 16:03 Share
เวลาหนูง่วงใครจะทำอะไรกะหนู หนูก็ไม่สน หนูจาหลับบบบ




เวลาหนูเพิ่งตื่นนอน หรือโดนขัดใจ หรือใครทำเสียงดังใส่หนูจะแมะ แม่ก็ชอบแกล้งหนูซะด้วยซิ แต่คุณพ่อกะย่าห้ามไว้ เด๋วหนูจะเคยตัว 555+


เวลาหนูดีใจ จะตีแขน ตีขาใหญ่เลย พ่อเขาเรียก เวลาหนูเล่นว่า กระรื้น หุๆๆๆ คงมาจากกระริกกระรี้ กะ ระรื่นอ่ะลูก

ภาพนี้แม่ตั้งใจจะโชว์ความเป็นชายของหนูอ่ะจ๊ะ 55555555555+




Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 ธ.ค. 2010 at 12:35 Share
27 ธ.ค. 53 หลายคืนแล้วนะที่หนูนอนดึ๊ก ดึก  ประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ทุกคืนเลย แม่กะพ่อได้แต่ภาวนาให้หนูอ้อนแค่  3 เดือน แต่พรุ่งนี้ก็จะครบ 3 เดือนแล้วนะ แม่จะสมหวังไหมหนอSleepy
- มะวานน้องที่ทำงานเอางานมาให้แม่เซ็นต์ที่บ้าน ยายก็อุ้มหนูออกมา หนูก็มองเขาตาเยิ้ม น้ำลายห้อยเลยลูก สงสัยหนูจะเห็นน้องในท้องน้าเขาใช่มะลูก แม่ว่าจะถามเขาแล้วว่า ญ หรือ ช แต่พ่อบอกว่า น้าเขาบอกว่า ญ อ้อ มิน่าเล่าหนูถึงทำตาเยิ้มใส่เขาใหญ่เชียว เจ้าชู้แต่เด็กเลย ลูกแม่LOL



-วันนี้ตอนเช้ามืด แม่กินยาแก้แพ้ไป 2 เม็ด เพราะจามไม่หยุด เลยหลับไม่รู้เรื่อง นู๋ก็เลยปลุกแม่ด้วยการอึรดซะเลย เปื้อนผ้านวม เปื้อนเตียง เปื้อนหมอนไปหมด แถมด้วยการฉี่รดอีกด้วย ร้ายจิงๆ Confused





Edited by naka - 27 ธ.ค. 2553 at 13:17
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 ธ.ค. 2010 at 13:37 Share
28 ธ.ค. 53
-วันนี้ ลูกครบ 3 เดือนแล้ว แม่เตรียมของใส่บาตรไว้ให้ แต่ปรากฏว่าหนูไม่ยอมตื่น ซึ่งวันก่อนๆ หนูก็ตื่นเช้านี่หน่า แม่เลยใส่คนเดียว แล้วอุทิศบุญทั้งหมดให้หนู
-ตั้งแต่เปลี่ยนนมหนูเริ่มกินดีขึ้น เพราะตอนที่ให้หนูกิน S-26 แล้วลดนม เพราะหนูอึแข็ง หนูดูผอมลงมาก


เนี่ยเมื่อ 2 เดือน แก้มหนูหายไปหมดเลย


หลังจากเปลี่ยนนมให้หนู
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 31 ธ.ค. 2010 at 14:40 Share
ตอนนี้ นัช ยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว ก่อนหน้านี่ซื้อชุดแบบซับในเต็มตัว มา 5 หมื่นกว่า ก็ว่าจะใส่แต่มันฟิต เจ็บแผล เมื่อเดือนพ.ย. มีงานองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ก็ไปเดินเล่นมา เจ็บแผลก็เจ็บนะ แต่ด้วยวิญญาณนักชอปปิ้งเข้าสิง เลย สู้โว๊ย!!!!!!!~ ก็ได้ชุดซับในลดน้ำหนักมาอีกชุด ปรากฏว่าใส่ได้แค่กางเกง ชุดที่เป็นเสื้อใส่ไม่ได้ ดึงไม่ขึ้น ก็เลยไม่ฝืนเพราะเจ็บแผล แต่ด้วยความพยายามน้อย ทำให้ใส่มั้งไม่ใส่มั้ง เพราะเวลาถอดเข้าห้องน้ำ ก็เหมือนใส่ใหม่ ซึ่งมันลำบากไง คนอ้วนเนี่ยแย่จิงๆ นรกลงโทษชัดๆ พี่สาวเขาบอกว่าเพื่อนเขากินยาอยู่ตัวลดได้ เกือบเท่าเดิมเลย เราเลยสนใจ เขาบอกแพง ตัวแรกกิน Detox 900 บาท ตัว 2 กินลดไขมัน ประมาณ 2 ชุด 9 พันกว่า รวมแล้ว 10500 บาท เราซื้อไหวมะ ก็แหม ชุด 5 หมื่นกว่าก็โง่ซื้อมาแล้ว กะอีแค่ ยาหมื่นกว่าบาท ทำไมจะโง่อีกไม่ได้ ถ้ามันได้ผลก็ โอ ใช่มะ
แต่ว่า เพื่อนที่ทำงานเก่า เขาบอกว่ามียาอยู่ตัว คล้ายกาแฟลดน้ำหนัก ซึ่งเด็กที่ทำงานกินแล้วลด ก็เลยฝากซื้อเลย ไม่ต้องตัดสินใจ ยิ่งช้ายิ่งอ้วน ถ้าลดได้ จะเอาไปจำหน่ายต่อซะเลย 555+
ปัญหาอีกอย่างก็คือ เจ็บแผล ทำไมหายช้าจัง และยังมีหน้าท้องอยู่หน่อยๆ เวลาใส่กางเกงยีนส์จะเจ็บมาก ต้องซื้อกางเกงยืด มาใส่ แล้วซื้อกระโปรงเตรียมไว้ ใส่ไปทำงาน เพราะต้องใส่ XL เมื่อไรจะกลับไปใส่เสื้อผ้าSize เดิมได้ก็ไม่รู้นะ ถ้าทิ้งก็ทั้งตู้เลย ร่วม ร้อยกว่าตัวแนะ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
น้องสปาย นอนดึกมาก เที่ยงคืนทุกคืนเลย คุรแม่จะทำไงดีน้าาา ยังนี้เขาเรียกว่า ยังอ้อนอยู่รึเปล่า แบบว่า วางไม่ได้เลย ต้องอุ้มตลอด วางปุ๊ป หนูก็ อ้ายยยย!!!!!! ปั๊ป พอแม่ปล่อยให้ร้องนานเข้า ก็เริ่มมีน้ำตา (ตอนแรกร้องแห้ง) แบบว่าวัดใจ แม่กะหนูใครใจแข็งกว่ากัน ก็แพ้หนูทุกทีเลย Ouch

Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 ม.ค. 2011 at 14:20 Share
2 ม.ค.54 มะวานถูกพี่สาวกดดัน เลยพาสปายไปหาหมอ แม่ไปด้ว แม่แนะนำหมอเก่าแก่ท่านหนึ่งซึ่งตอนพวก นัชเล็กๆ ก็รักษากะเขานี่แหล่ะ ไม่ใช่หมอเด็ก แต่เก๋าน่าดู
-คุณหมอจำแม่ได้ก็ทักทายกัน แล้วก็หันมาถามเราว่า ลูกเป็นไง ก็ว่าเขาหายใจเสียงดัง เหมือนหายใจไม่ออก และมีเสมหะ หมอก็ถามว่าให้น้องกินนมอะไร ก็เล่าให้ฟังทั้ง 4 ชนิดที่เปลี่ยนมา หมอก็ว่าเป็นเพราะแพ้นมชง ให้เปลี่ยนเป็นนมถั่วเหลืองสำหรับเด็กทารก Isomil กระป๋องเหมือน ซิมิแลค กระป๋องละ 260 และก็ให้ยาละลายเสมหะมากินทุก 6 ชั่วโมง ก็กลุ้มในเพราะน้องสปายกินยายาก แต่ก็โอเคที่ยังกินนมได้ ทั้งที่เรารู้สึกว่ากลิ่นแรงจัง ก็ให้ลองดู 2 สับปดาห์เห็นผล

นี่เป็นนมชง ชนิดแรกที่ให้ลูกกิน รู้สึกป๋องหนึ่ง แค่ 165 เอง

นี่เป็นนมถั่วเหลือง ล่าสุดที่หมอแนะนำให้กิน รูปหมีเหมือนกันเปี๊ยบ ต่างกันที่ชื่อและสีแค่นั้นเอง



-แม่ก็แซวว่าหมอจะขายนม เพราะคลีนิคหมอขายนมแทบทุกยี่ห้อเลย แต่ Isomil ไม่เห็นมีวางขายในห้างเลยนะ มีแต่ของซิมิแลค หน้าตาคล้ายๆกัน
-ไม่รู้ว่าเพราะกินยาทำให้ลูกหลับดีหรือเปล่า แต่เมื่อคืนกินยาไป 20.20 น. สามทุ่มกว่าลูกก็หลับแล้ว ดีจังเราอยู่คนเดียวด้วย แฟนมี party อีกแล้ว น่าเตะจิงๆ  วันนี้ตอนเช้าให้ลกินยาอีก นั่งรถมาบ้านแม่ที่ตัวเมือง เขาก็หลับอีก
-เมื่อคืนลูกเกาตัวเองจนเป็นแผลเลือดออกเลย  ไม่รู้เพราะผิวแห้ง หรือเป็นขี้กลาก หรือหงุดหงิด แต่ก็ทายาแก้ผดผื่นคัน และโรคผิวหนังให้ลูกก่อนนอนแล้วนี่หน่า วันนี้เช้าหลังอาบน้ำเลยชะโลม น้ำมันมะกอกให้อีก เอาแบบเหนอะๆ เลย จะได้ชุ่มชื้น

ภาพนี้เห็นชัดหน่อยว่า ลูกเกาหัวจนเป็นแผล แต่จิงๆ แล้วเป็นหลายที่ แต่ในภาพมองไม่เห็น (ในภาพดูน้องจะเครียดๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เรากำลังช่วยน้องเบ่งอึอ่ะSleepy)

-ผ้าอ้อม New born ที่พี่สาวซื้อให้ก่อนคลอด ใช้ไปไม่เท่าไรเอง เพราะใช้แล้วลูกแพ้ร่องขาถลอกและแดงเชียว ตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว โชคดีที่ มีพี่ที่รู้จักเขา ซื้อ Size M มาให้
-ผ้าอนามัยเช็ดตัว เช็ดก้นลูกนั้น ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนคลอด ที่ วัตสัน ตอนนั้น ซื้อ1 เพิ่มอีก 1บาทในการซื้อกระปุกต่อไป ก็ซื้อไว้ 8 กระปุก ถ้าไม่ใช่ช่วงลดก็กระปุกละ 99 บาทเลย ตก 50 บาทใช่มะ มี 50แผ่น ก็แผ่นละบาท


-ไปเห็นในห้างใกล้บ้านมีเหมือนกันเลยซื้อมาลองใช้ดู ราคา59 บาท มี 60แผ่น ปรากฏว่าเนื้อผ้ามันเหมือนพลาสติก คือมันแข็งกว่าแล้วก็กระปุกมันก๋องแก๋งกว่าด้วย

ดูกระปุกมันน่ารักใช่มะ แต่ผาปิดมันบาง ไม่เหมือนของ Orita ซึ่งราคาใกล้เคียง


Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 05 ม.ค. 2011 at 09:53 Share
5 ม.ค. 54
-มะวันจันทร์ที่ 3 คุยกะเพื่อนข้างบ้านที่เขามีลูกแล้ว เขาก็เล่าให้ฟังเรื่องการดูแลลูกเขา ว่าบางที พาไปหาหมอ หมอจัดยาให้ เขาก็เอายาตัวนั้นไปให้ร้านขายยาแถวบ้านดู ชื่อร้านขายยา สมศักดิ์ (คงเป็นชื่อ หมอเภสัชผู้ชาย) แล้วเล่าการวินิจฉัยของหมอให้เภสัชฟัง เพื่อจะขอซื้อยาใหม่ที่ดีกว่า เพราะเขาว่า คลีนิคบางที หมอก็เอายากระปุกใหญ่ๆ มาแบ่งขาย ทำให้ได้ยาไม่ค่อยดี  หรือบางที เภสัชบอกว่า ยาบางตัวควรกิน ช้อนครึ่งไม่ใช่ หนึ่งช้อนอย่างที่หมอสั่ง เขาก็คิดว่าหมอเลี้ยงไข้ เลยต้องไปซื้อยาใหม่ทุกครั้ง แล้วเวลาลูกเขามีปัญหาอะไรเขาก็จะไปซื้อยาที่ร้านนั้นด้วย เพราะเภสัชเขาแนะนำดีกว่า
- ร้านขายยาที่ว่า นัชเองก็ซื้อยาทุกครั้ง เพราะรู้ว่าเขาเป็นเภสัช ทั้งสามี ภรรยาเลย เลยรีบพาลูกไป ให้น้องขี่มอเตอร์ไซค์ให้ (เร็วดี) เพราะแถวบ้านเป็นถนนใหญ่ไม่ค่อยมีที่จอดรถ
-ก้ได้คุยกะพี่เภสัช ญ ก็บอกเขาว่าลูกชอบเกาหัว เกาหน้าเกาตา เกาจนเป็นแผล ไม่รู้ว่ ว่าแพ้อะไรหรือเปล่า หรือเป็นกลากหรือเปล่า แต่ซื้อยาแก้ผดผื่น แก้คัน ทาขี้กลากมาทาให้เขาแล้ว แต่เขาก็ยังเกาอยู
- เขาก็ดูตรงที่แดงๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก็บอกว่า ไม่ใช่ขี้กลากหรอก แต่ดูแล้วน้องเขาแพ้ เพราะเห็นเป็นตุ่มผื่นเล็กๆ เต็มไปหมด นั่นคงทำให้เขาคัน ซึ่งหน้าที่ลอกของเขาก็คงเกิดจากการลอกของตุ่มนั่นเอง ก็ถามว่าเราใช้อะไรอาบน้ำให้ลูก ก็บอกว่า สบู่เหลวอย่างอ่อน แล้วบางครั้งหยด จอนส์สัน oil  และบางครั้งทาน้ำมันมะกอกให้เขา   พี่เขาก็เลยบอกให้ลองหยุดใช้ oil เพราะ ลูกเขาก็แพ้จอนส์สัน oil เหมือนกัน แต่ไม่แพ้ แคร์ ถ้าจะใช้ให้ใช้วาสลินทาให้เขา
-ก็เลยลองตั้งแต่เย็นวันนั้น ปรากฏว่าถึงวันนี้ น้องไม่เกาหน้า เกาตาอีกแล้วค่ะ แต่ถูหน้า ถูตาเวลาโดนขัดใจ ยังทำอยู่เป็นปกติ นัชก็สบายใจขึ้น ขอบคุณ เภสัช ญ คนนั้นจริงๆ เขาไม่ได้ขายยาอะไรให้นัชเลยด้วย แต่ยังเต็มใจแนะนำ เสียเวลากะนัชตั้งนานแน่ะ
-สำหรับการเปลี่ยนนมชง เป็นนม Isomil นั้นน้องสปายยังกินดี อึไม่แข็ง แต่อาการครืดคราดในคอก็ยังไม่หาย ก็พยายามป้อนยาละลายเสมหะให้อยู่ แต่เขาก็พยายามปลิ้นออกมาทุกครั้งต้อง อุ้มประคองไว้ให้เขาปลิ้นไม่ได้ น่าสงสารค่ะ แต่ต้องใจแข็ง
-ปกติน้องปายจะนอนดึก แต่ตื่นสายค่ะ นัชจะตื่นมาคลำดูว่าเขาฉี่หรือยังประมาณ เที่ยงคืน  ตีสอง ตีสี่ (คือแล้วแต่ว่าเราตื่นตอนไหนก็จะคลำตลอดค่ะ ไม่อยากให้เขานอนแช่ฉี่ เด๋วจะแพ้ คัน) แล้วก็ค่อยป้อนนมให้เขามะคืนก่อน ตื่นมาตี 5 กว่าๆ ตกใจค่ะ เห็นเขาลืมตาโพลงเลย หมายถึงตาใสแน่ว เอาหล่ะว้า คุณแม่ยังง่วงอยู่เลยลูกกกกกกกก ฮือๆๆ  ว่าแล้วน้องปายก็ตีแขน ตีขา ให้รู้ว่าหนูตื่นเต็มที่แล้วนะแม่ เฮ้อ!!!!!!!!!! ก็อุ้มเขาเดินอยู่พักหนึ่ง กว่าจะกล่อมให้หลับอีกที ก็ประมาณ 6 โมงเช้า คุณแม่ก็ตื่นประมาณ 7 โมงเช้า เพราะคุณพ่อมาปลุก  ก็วันนี้นัชต้องไปทำงานวันแรก หลังจากลาคลอดแบบกระทันหันเสีย 3 เดือน
 


Edited by naka - 01 พ.ค. 2554 at 10:04
Back to Top
naka View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 20 พ.ย. 2010
Posts: 680
Post Options Post Options   Quote naka Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 ม.ค. 2011 at 13:11 Share
น้องปายชอบให้คนอุ้มค่ะ พออุ้มแล้วก็ชิมค่ะ คือเลียตลอดเลย น้ำลายแฉะตั้งแต่ไหล่ ลงไปถึงขาเลยค่ะ 555+  หรือถึงไม่อุ้มเอามือเข้าไปใกล้ๆ เขาก็จะจับไปเลียค่ะ พอเราชักมือออก เขาเลียไม่ทัน ก็วืดไปเลียมือตัวเอง บ่อยๆเข้าเขาก็ร้องค่ะ (ขัดใจ) บางทีแลบลิ้นออกมาซะยาวเลยค่ะ
 
 
พักหลังๆ มานี่น้องสปายจะนอนกรนตลอด อาจเพราะหายใจขัด รู้สึกจะเป็นหวัด เพราะเมื่อคืน เขาพยายามจะนอน ได้ค รู่เดียวก็ตื่นมาร้อง ทำท่ากระสับกระส่าย เป็นเกือบทั้งคืน เราก็เปลี่ยนผ้าอ้อมก้อแล้ว ป้อนนมก็แล้ว ก็ยังเอามือป่ายหน้าไป มา เหมือนหายใจไม่ออก  เลยต้องลุกมาอุ้มเขาพาดบ่า จนเขาหลับไป ก็วาง พอเป็นอีกก็อุ้มอีก ง่วงก็ง่วงค่ะ แต่สงสารลูกมากกว่า
พวกนัชนอนเปิดแอร์ค่ะ แต่เราจะห่มผ้าและปิดกระหม่อมเขาตลอดนะคะ อบเขาขนาดที่ว่า ตื่นมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เขา คลำตัวเขาดู เหงื่อเหนียวเชียวค่ะ
ตอนนี้เปลี่ยนนมสูตรใหม่ค่ะ เป็น Isomil นั่นแหล่ะ แต่เพิ่มสารอาหาร ก็แพงขึ้นอีกนิดหนึ่ง
 
Back to Top
 Post Reply Post Reply Page  123 15>




This page was generated in 0.054 seconds.