Forum Home Forum Home > BabyFancy > บ้าน > ทั่วไป ประสาคุณแม่
  New Posts New Posts RSS Feed: โคลิคเกิดกับใครได้บ้างและวิธีช่วยลูกน้อยแก้ อาการโ
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

โคลิคเกิดกับใครได้บ้างและวิธีช่วยลูกน้อยแก้ อาการโ

 Post Reply Post Reply
Author
unyana View Drop Down
Groupie
Groupie


Joined: 23 ส.ค. 2019
Posts: 41
Post Options Post Options   Quote unyana Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: โคลิคเกิดกับใครได้บ้างและวิธีช่วยลูกน้อยแก้ อาการโ
    Posted: 15 ก.พ. 2020 at 22:26 Share


เด็กทารกร้องไห้ไม่ยอมหยุดนานกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน เกิดขึ้นอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ทั้งที่สุขภาพแข็งแรง อาจมีลักษณะของอาการโคลิคซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นกับเด็กแรกเกิดระหว่าง 6 - 20 % อาการโคลิค มักจะเกิดในทารกที่มีอายุตั้งแต่ 3 สัปดาห์ – 34 เดือน โดยที่จะเด็กร้องไห้ ตัวเกร็ง ร้องเสียงแหลมกว่าปกติ และยังปลอบเท่าไหร่ก็ไม่หยุดอีกด้วย

อาการโคลิคเกิดขึ้นกับใครได้บ้าง

ไม่มีสาเหตุแน่ชัดว่าอาการโคลิคเกิดขึ้นกับใครหรือเกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบคือ อาจเกิดขึ้นได้กับทารกบางคนที่มีประสาทสัมผัสไวในอากาศร้อน หนาว ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ทำให้เกิดลมขังอยู่ในท้องและมีอาการจุกเสียดแน่นท้อง ทารกมีโอกาสที่เกิดโอกาสจุกเสียดหลังกินนมทุกคน ดังนั้นต้องให้เด็กเรอหลังทานนมด้วยนะ

วิธีเบื้องต้นในการแก้อาการโคลิค

ถ้าสาเหตุทารกร้องไห้เป็นเพราะกินนมมากจนเกิดอาการจุกเสียด ทำให้ปวดท้องหรือมีแก๊สในกระเพาะ ให้ลดปริมาณนมเพื่อลดการเกิดอาการจุกเสียด นอกจากนั้นควรอุ้มลูกพาดบ่าและลูบหลังช่วยให้เรอออกมา อุ้มพาเดินเล่นช่วยปลอบประโลมและทำให้ลูกสงบได้เร็วขึ้น

ทารกแรกเกิดอาจรู้สึกหวาดกลัวเพราะยังปรับตัวกับสภาพแวดล้อมของโลกภายนอกไม่ได้ ในบางกรณี ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุน้อยลงเมื่อได้ยินเสียงกล่อมและคลื่นเสียงบางอย่าง เช่น เสียงสั่นสะเทือนของเครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น เสียงไดร์เป่า เสียงพัดลมดูดอากาศ และเสียงซ่าของโทรทัศน์ ซึ่งดูเหมือนจะคล้ายกับเสียงที่เคยได้ยินภายในร่างกายของแม่ เช่น เสียงเลือดไหลเวียนผ่านรกในระหว่างที่ลูกน้อยยังคงนอนขดตัวอยู่ในมดลูก เพราะฉะนั้นเมื่อต้องไปในต่างที่ให้อุ้มเด็กปลอบประโลมและเดินเล่นหาที่ๆ สงบ

ข่าวดีคือ 90 % ของเด็กทารกที่มีภาวะอาการโคลิคพบว่า อาการร้องไห้โยเยมักจะหายไปเองในช่วงที่ลูกน้อยอายุประมาณ 4  - 6 เดือน ซึ่งนับเป็นช่วงเวลายาวนานในชีวิต ทำให้พ่อแม่รู้สึกเครียด เหน็ดเหนื่อย รบกวนจิตใจตลอดเวลาจนกว่าอาการโคลิคจะหายไป ในระหว่างที่ ทารกร้องไห้ จะเกิดผลกระทบต่อลูกน้อยในระยะยาวทำให้กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร่างกายอ่อนแอจนเกิดโรคภูมิแพ้ โดยควรพาเด็กไปรักษาและรับคำแนะนำเพราะหากปล่อยไว้นานอาจจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้

วิธีแก้ปัญหาดีที่สุดคือ รีบพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะประเมินสาเหตุของอาการโคลิคในเด็กแต่ละราย อาจมีปัญหาด้านแพ้อาหาร ระบบย่อยทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ โรคภูมิแพ้ ท้องร่วง โรคระบบทางเดินหายใจหรือลำไส้ แพทย์จะสามารถช่วยให้อาการร้องไห้ไม่หยุดของทารกดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยการรักษามีทั้งการปฏิบัติตัว หรือทางแพทย์อาจจะแนะนำเป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยให้เด็กไม่มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย

Back to Top
 Post Reply Post Reply




This page was generated in 0.043 seconds.