Print Page | Close Window

อาการโคลิค ปัญหาหนักอกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบรักษา

Printed From: Babyfancy
Category: BabyFancy
Forum Name: ทั่วไป ประสาคุณแม่
Forum Discription: ทั่วไป ประสาคุณแม่
URL: http://www.babyfancy.com/forum_posts.asp?TID=161455
Printed Date: 04 มี.ค. 2021 at 12:23


Topic: อาการโคลิค ปัญหาหนักอกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบรักษา
Posted By: unyana
Subject: อาการโคลิค ปัญหาหนักอกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบรักษา
Date Posted: 18 มี.ค. 2020 at 11:21

แน่นอนถ้าเมื่อลูกน้อยในช่วงวัยประมาณ 1 เดือนมีอาการร้องไห้เสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ ย่อมทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกอดเป็นห่วงเป็นกังวลไม่ได้กลัวว่าลูกรักจะถูก อาการ http://https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1729148 - โคลิค หรือภาวะ ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ เล่นงาน แม้ว่าอาการโคลิคหรือ http://https://pantip.com/topic/31549111 - ลูกร้องไม่มีสาเหตุ นี้จะสามารถหายไปเองได้เมื่ออายุ 4 – 6 เดือน แต่ระหว่างที่มีอาการอาจจะทำให้พ่อแม่เป็นกังวล เกิดความเครียด และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูกน้อยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น การเจริญเติบโตของร่างกาย การเจริญเติบโตของเซลล์สมอง พัฒนาการทางด้านเรียนรู้ พัฒนาการด้านการเข้าสังคม อีกด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นว่าลูกกำลังมี อาการโคลิค แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ควรหาทางการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

 

เมื่อ http://https://pantip.com/topic/31718365 - ทารกร้องไห้ สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรทำก็คือการเข้าปลอบโยนโดยทันที เพราะหากปล่อยให้ลูกร้องไห้นานๆ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติโซลหรือฮอร์โมนความเครียดออกมาสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย รวมทั้งยังเข้าขัดขวางการสร้างเซลล์สมองเซลล์ใหม่อีกด้วย นอกจากนั้นการที่ลูกต้องใช้แรงในการส่งเสียงร้องไห้มากกว่าปกติ จะทำให้ลูกรู้สึกเหนื่อย ไม่สบายตัว หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นมีอาการชัก มีไข้สูง ท้องเสีย หรือหมดสติได้

 

สำหรับการปลอบโยนทารกที่กำลังร้องไห้อยู่นั้น แนะนำว่าให้คุณพ่อคุณแม่ทำการห่อตัว ทารกร้องไห้ ด้วยผ้าขนหนูแล้วอุ้มในท่าคว่ำเข้าไปหาตัว โดยให้ตัวของลูกแนบกับอกเพื่อเป็นการเพิ่มความอบอุ่น จากนั้นค่อย ๆ โยกตัวเบา ๆ เพื่อให้หนูน้อยรู้สึกเพลิดเพลินและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ถ้าทำไปสักพักแล้วยังไม่มีทีท่าว่าอาการร้องไห้จะทุเลาลง อาจจะลองพาเดินไปยังที่ที่มีบรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีเสียงคนคุยกัน

 

อย่างไรก็ตามหากลูกแสดงอาการผิดปกติมากกว่าทุกครั้ง เช่น แผดเสียงร้องไห้แหลมดังหรือนานกว่าปกติ ไม่ยอมกินนมแม่ การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ตัวเขียว ปากซีด มีไข้ขึ้นสูงเกินกว่า 38 องศาเซลเซียส อาเจียน อุจจาระไม่ออกหรืออุจจาระเป็นเลือด คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อทำการประเมินอาการและรักษาทันที ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการรักษาที่ได้ผลดีหลายวิธี โดยเฉพาะการรักษาด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติคที่ทั้งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพการรักษาดีเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตามต้องใช้ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น




Print Page | Close Window